ศ.ดร.ยศชนัน แสดงวิสัยทัศน์ “Thailand Vision 2035” ชูธงนำไทยสู่ประเทศรายได้สูง ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมด้วยเทคโนโลยี พร้อมแก้หนี้เร่งด่วน

ในรายการพิเศษ “ทิศทางโลก ทิศทางไทย #ThailandVision2035” จัดโดยครอบครัวข่าว 3 ซึ่งเปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 3 พรรคการเมืองใหญ่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์นำเสนอทิศทางประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2035 โดยประกาศเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น “ประเทศที่มีเศรษฐกิจรายได้สูง” พร้อมชี้ให้เห็นว่าบริบทของวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าในอดีตมาก ต่างจากยุคต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เป็นเพียงปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะจุด แต่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความสมัครสมานสามัคคีและการผนึกกำลัง (Synergy) จากทุกภาคส่วนเพื่อฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้

.

[ตั้งเป้าหมายประเทศไทย สู่ประเทศรายได้สูง]

.

ศ.ดร.ยศชนัน เปรียบประเทศไทยว่ากำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญที่ต้องเลือกระหว่างทิศทางที่มืดมิดหรือทิศทางที่สว่างไสว ซึ่งถือเป็นโอกาสในการตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า โดยย้ำว่าเป้าหมายรายได้สูงนั้น ตัวชี้วัดตีดีพี่ต่อประชากร หรือ GDP Per Capita จะต้องสัมพันธ์กับดัชนีความสุขของคนในประเทศด้วย สำหรับยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วน พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาหนี้สินเปรียบเสมือนการช่วยคนจมน้ำให้ขึ้นมาหายใจได้ก่อน เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวและกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากเกิดการหมุนเวียน พ่อค้าแม่ค้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ควบคู่ไปกับการดูแลเสถียรภาพทางการเงินการคลัง

.

[ยกระดับเศรษฐกิจหลัก ภาคเกษตรกรรม  ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ-ท่องเที่ยว]

.

ในด้านการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจหลัก ศ.ดร.ยศชนัน เสนอการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ใน 3 แกนหลัก ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ที่ต้องนำเทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Technology) และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ผลิตเองมาใช้เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่แรงงานลดลง ภาคอุตสาหกรรม ที่ภาครัฐต้องสนับสนุนให้เกิดความต้องการสินค้าที่ผลิตในไทย (Made in Thailand) และภาคบริการและการท่องเที่ยว ที่ต้องเปลี่ยนจากการขายเมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่ “Cluster Tourism” เชื่อมโยงเมืองรอง สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านพิพิธภัณฑ์และเรื่องราวท้องถิ่น (Local Content) ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ใหม่

.

[พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม]

.

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม (Connectivity) นั้น มีแผนการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมสร้างสนามบินอันดามันเพื่อเชื่อมภูเก็ต และสนามบินล้านนาที่เชียงใหม่ ในกรุงเทพมหานครจะเน้นการจัดระบบ Feeder ให้ชัดเจน ผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผ่านการเจรจารวมสัมปทานและบริหารจัดการใหม่ เชื่อมต่อด้วยระบบ Feeder ค่าโดยสาร 10 บาท โดยใช้รถเมล์ EV หรือรถสองแถวที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมุ่งเชื่อมโยงระบบรางทั่วประเทศทั้งเหนือจรดใต้และตะวันออกสู่ตะวันตก รวมถึงสานต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน-ลาว-ไทย-มาเลเซีย พร้อมทั้งใช้ยุทธศาสตร์ Soft Power สนับสนุนสินเชื่อให้คนไทยในต่างแดนเปิดร้านอาหารหรือซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเป็นประตูการค้าขายสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

.

[สร้างเครื่องยกเศรษฐกิจใหม่]

.

หนึ่งในหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์คือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) โดยมุ่งเน้นด้าน Health & Wellness และการเป็น Medical Hub ระดับโลก ยกระดับสมุนไพรและอาหารให้เป็นยา เปลี่ยนจากความมั่นคงทางอาหารสู่ “ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ” (Food and Nutrition Security) พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงด้านจีโนมิกส์ (Genomics) และชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) เพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำ รวมถึงส่งเสริมการผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะชุดตรวจโรคเขตร้อนที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ

.

เพื่อสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมจริง ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำการสร้าง Innovation Ecosystem หรือระบบนิเวศที่เอื้อให้เกิดนวัตกรรม แก้ปัญหาภาวะสมองไหลด้วยการจัดตั้งกองทุน Angel Fund และดึงดูด Venture Capital (VC) เข้ามาลงทุน พร้อมสร้างโรงงานต้นแบบมาตรฐาน (GMP Facility) และศูนย์ทดสอบระดับ Pre-clinical ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมุ่งเชื่อมโยงไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ในอุตสาหกรรมอนาคตอย่าง เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

.

[เสริมธรรมาภิบาล สร้างรัฐบาลดิจิทัล]

.

ในด้านธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น ศ.ดร.ยศชนัน ชูนโยบายสร้างรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดยการบูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ (Big Data) สร้าง Single ID และ Digital Wallet เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นช่องทางของการทุจริต ยืนยันการใช้หลักนิติธรรม (Rule of Law) ปราบคอร์รัปชันด้วยเทคโนโลยี และอำนวยความสะดวกด้วยระบบ One Stop Service ในการขอใบอนุญาตต่างๆ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงทางอาหาร ไซเบอร์ และสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้า Net Zero ในปี 2050

.

[สร้างมหาวิทยาลัยระดับโลก เน้นนวัตกรรม]

.

ด้านสังคมและการศึกษา มีแผนปฏิรูปการศึกษาด้วยการสร้างมหาวิทยาลัยระดับโลกที่เน้นการวิจัยสู่นวัตกรรม และสร้างโรงเรียนคุณภาพประจำจังหวัด (โรงเรียน Champion) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ด้านสาธารณสุขจะยกระดับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และจัดสวัสดิการดูแลกลุ่มเปราะบางแบบมุ่งเป้า (Targeted) ด้วยฐานข้อมูลที่แม่นยำ ปิดท้ายด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การฟื้นฟูป่าต้นน้ำภาคเหนือ การสร้างทางระบายน้ำ (Floodway) ในพื้นที่ภาคกลาง การขุดลอกแม่น้ำ และการใช้เทคโนโลยี Digital Twin of Ocean ร่วมกับดาวเทียม SAR ในการบริหารจัดการน้ำปลายน้ำและคาดการณ์ภัยพิบัติ

.

ศ.ดร.ยศชนัน ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยระบุว่าการจะยกเครื่องประเทศไทย สร้างเศรษฐกิจใหม่ และเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมา ไม่ใช่ภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นวาระที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของประเทศไทย

.

#พรรคเพื่อไทย #คนไทยไร้จน #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้