ยศชนันรับข้อเสนอ AITP วางโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ ผ่าน “Tech Transfer” สร้างกลไกปลดล็อกนวัตกรรมไทย ยกระดับผลิตภาพ การเพิ่มมูลค่า และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

.

3 ม.ค. 2569 13.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมนโยบายพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาฯ (AITP) ซึ่งนำโดย รศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ นายกสมาคม พร้อมด้วย รศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล อุปนายกสมาคม และทีมงาน ซึ่งเดินทางมาหารือเชิงนโยบาย เพื่อสะท้อนบทบาทและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ในฐานะกลไกสําคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

.

นายกสมาคม AITP นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคเกษตรที่มีแรงงานจำนวนมากแต่ผลิตภาพต่ำและมีความเสี่ยงสูง ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้างที่ยังพึ่งพาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนนำเข้า พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้จำกัด และภาคบริการที่มีขนาดใหญ่แต่ส่วนใหญ่เป็นบริการมูลค่าต่ำ กระจุกตัวในบางพื้นที่ และผันผวนสูง

.

สมาคม AITP เห็นว่า “การถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)” คือกลไกสำคัญในการปลดล็อกงานวิจัย ความรู้ และเทคโนโลยีที่สะสมอยู่ในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย เพื่อนำไปใช้จริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันระบบ Tech Transfer ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จำเป็นต้องเร่งพัฒนาให้ทัดเทียมระดับสากลผ่านการสนับสนุนเชิงนโยบาย

.

ในที่ประชุม นายกสมาคม AITP ได้นำเสนอ กลยุทธ์ T.E.C.H. ซึ่งประกอบด้วย 4 นโยบายหลัก ได้แก่

 .
T – Transform Firms and Businesses ยกระดับธุรกิจไทยด้วยการนําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้จริง ผ่านมาตรการสนับสนุนเชิงระบบ ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจที่รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย การเร่งรัดกระบวนการทดสอบและรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การเปิดให้ภาคธุรกิจเข้าถึง “บัญชีการบริการนวัตกรรม” เพื่อใช้ประโยชน์จาdโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทนวัตกรรมโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานในการเข้าถึงแหล่งทุน

.
E – Enable New Growth Engines สนับสนุนการเกิดและการเติบโตของสตาร์ทอัพและธุรกิจนวัตกรรมใหม่ทั่วประเทศ ผ่านกลไกสําคัญ ได้แก่ กองทุนนวัตกรรมหมู่บ้านเพื่อพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมระดับพื้นที่ การสร้างความตื่นตัวด้านสตาร์ทอัพทั้ง 77 จังหวัดผ่านกิจกรรม และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และชุมชน การจัดตั้งศูนย์กลางหรือฮับพัฒนาสตาร์ทอัพในทุกภูมิภาค และการสร้างกลไกการลงทุน Venture Capital ระดับชาติ เพื่อผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้สามารถขยายตัว และแข่งขันในระดับภูมิภาค และระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

.
C – Create Local Substitutes ลดการพึ่งพาการนําเข้าสินค้าและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ผ่านการสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคธุรกิจที่เลือกซื้อสินค้าหรือบริการนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะการจัดซื้อผ่านบัญชีนวัตกรรมหรือระบบ MIT ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยควบคู่กับการผลักดันการจัดตั้ง Joint Venture ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาและผลิตสินค้าทดแทนการนําเข้า สร้างขีดความสามารถการผลิตภายในประเทศ และเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

.
H – Human Capital Development พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ผ่านการยกระดับนักถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วยความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพภายในประเทศ และการสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่ทัดเทียมสากล ควบคู่กับการกระจายอํานาจการพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมสู่ระดับพื้นที่ ผ่านการสร้างเครือข่ายนักนวัตกรรมทั่วประเทศ เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเกิดขึ้นได้จริงในทุกภูมิภาค

.

นายกสมาคม AITP ย้ำว่า Technology Transfer ไม่ใช่นโยบายเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์หรือมหาวิทยาลัย แต่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ’ ที่เชื่อมโยงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ การยกระดับรายได้ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมหวังให้การสื่อสารครั้งนี้ช่วยผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายด้าน Tech Transfer อย่างจริงจังในระดับประเทศต่อไป

.

ด้านศ.ดร. ยศชนัน กล่าวว่า ข้อเสนอของสมาคมสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองของ AITP ที่เสนอให้มองการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์หรือมหาวิทยาลัย แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ที่มีบทบาทต่อการยกระดับผลิตภาพ การเพิ่มมูลค่า และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

.

ศ.ดร. ยศชนัน ย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องออกแบบระบบนิเวศด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีในเชิงโครงสร้าง  การเข้าถึงแหล่งทุน กฎหมาย และการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะ SME และสตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีไทยได้จริง

.

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมรับข้อเสนอของสมาคม AITP ไปพิจารณาต่อยอดในระดับนโยบาย เพื่อผลักดันให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีกลายเป็นกลไกหลักในการยกระดับเศรษฐกิจไทย และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาคของประเทศ

.

ทั้งนี้ สมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาฯ (AITP) มีที่มาสําคัญจากการที่ ศ.ดร. ยศชนัน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อการจัดตั้งสมาคมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันนวัตกรรมและนโยบายการถ่ายทอดเทคโนโลยีในประเทศไทย ก่อนการก่อตั้งสมาคม AITP อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568

.

สำหรับผู้ร่วมประชุมหารือในวันนี้ประกอบด้วย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้อำนวยการ Academy พรรคเพื่อไทย กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ผู้อำนวยการด้านนโยบายและวิจัย Academy พรรคเพื่อไทย รศ.ดร.ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ เลขาธิการสมาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีรพงษ์ พรวงศ์ทอง กรรมการสมาคม และนางสาวอรวลัญช์ โลหิตหาญ

.

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยเบอร์9 #เพื่อไทยทำได้ #คนไทยไร้จน  

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้