‘เพื่อไทย’ กางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ส่ง สส.บัญชีรายชื่อลงพื้นที่ รับฟังปัญหาจริง เร่งเสนอรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐอุ้มประชาชน พร้อมชูยุทธศาสตร์ ‘พลังงานสีเขียว’ ปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ใน 4 ปี
วันที่ 18 มีนาคม 2569 พรรคเพื่อไทย ได้จัดการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และบุคลากรทางการเมืองประจำสัปดาห์ ณ ที่ทำการพรรค นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรค เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้แถลงข่าวภายหลังการประชุม โดยเน้นย้ำว่าปัญหาวิกฤตพลังงานในขณะนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและการดำเนินชีวิต พรรคเพื่อไทยจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสาร “ฉากทัศน์” (Scenario) ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลล่วงหน้า
“เราต้องมองความจริงว่า หากการเจรจากับประเทศที่ขัดแย้งสามารถหาข้อสรุปได้ใน 1 เดือน ผลกระทบจะเป็นอย่างไร? หากลากยาวไป 3 เดือน 6 เดือน หรือถึง 1 ปี ประประชาชนจะได้รับผลกระทบในมิติไหนบ้าง? สิ่งเหล่านี้ต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาได้” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
และจากการส่งทีมผู้สมัครและสมาชิกพรรคลงพื้นที่รับฟังปัญหาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนต้องแบกรับภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 3 หมวดสำคัญ คือ ที่อยู่อาศัย ต้นทุนการจัดการ และพลังงานในครัวเรือน , การคมนาคมขนส่ง ปัญหาราคาน้ำมันแพง และการกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอุปสรรคในการเดินทางและการใช้ชีวิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากต้นทุนการผลิตและการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักคือ เกษตรกร ที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานและราคาปุ๋ย รวมถึง ผู้ประกอบการผลิตและผู้รับเหมา โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หากวิกฤตพลังงานทำให้หน้างานต้องหยุดชะงัก สิ่งที่ตามมาคือปัญหาแรงงานและการจ้างงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ที่รุนแรงกว่าที่คาดคิด
และเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างทั่วถึง ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ในจังหวัดหรือเขตที่พรรคไม่มี สส. เพื่อไปรับฟังปัญหาและดูสภาพหน้างานจริง (Site Visit) โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อทำข้อเสนอส่งถึงรัฐบาลโดยตรง เพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้กลไกภาครัฐที่มีอยู่เข้าดูแลและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในระยะสั้นให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว ศ.ดร.ยศชนัน เสนอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและเข้าสู่ “พลังงานสีเขียว” (Green Energy) และการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น โดยมีกรอบเวลาดำเนินการภายใน 1-2 ปี และไม่เกิน 4 ปี ซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยน 3 ส่วนหลัก
– โครงสร้างการปฏิบัติงาน ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของภาครัฐและเอกชนให้คล่องตัว
– การแก้กฎหมายและการใช้วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี แก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายที่ขัดขวางการพัฒนาพลังงานสะอาด พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต
– การกระจายความเสี่ยง ใช้กลไกการต่างประเทศประเมินและหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ควบคู่ไปกับกลไกทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานเพียงแหล่งเดียว
“พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในการเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน และจะผลักดันให้รัฐบาลใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อพาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกัน” ศ.ดร.ยศชนันกล่าวทิ้งท้าย
#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์
บทความที่เกี่ยวข้อง