‘จุลพันธ์’ แจงวุฒิสภา ยันสิทธิประกันสังคม ม.33 ไทย-ต่างด้าวต้องเท่าเทียม ตามหลัก ILO เผยสั่งคุมเข้ม MOU แรงงานต่างด้าว ประสาน ตม. คุมเข้มสกัดผู้ติดตาม
27 เม.ย. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอบกระทู้ถามของ นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา กรณีการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว การกำหนดสิทธิประกันสังคมที่ซ้ำซ้อน และปัญหาผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวที่กระทบต่อความมั่นคงและโครงสร้างเศรษฐกิจ
นายจุลพันธ์ ชี้แจงถึงเรื่องสิทธิด้านประกันตนตามมาตรา 33 ระหว่างแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวว่า ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม และสัตยาบันที่ประเทศไทยทำไว้กับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ ความเท่าเทียม, การไม่เลือกปฏิบัติ, งานที่มีคุณภาพ และการคุ้มครองทางสังคม ดังนั้น ในปัจจุบันกระทรวงแรงงานจึงไม่สามารถเลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยกการดูแลที่แตกต่างกันได้ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเกณฑ์การสมทบเงินของแรงงานต่างชาติ จะต้องเริ่มจากการแก้ไขกฎหมายในระดับรัฐสภา ทั้งนี้รัฐบาลยังจำเป็นต้องยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันเกิดการใช้เป็นข้ออ้างในการตั้ง ‘กำแพงภาษี’ ซึ่งจะกระทบต่อภาคการส่งออกและกระทรวงพาณิชย์โดยตรง
ในประเด็นการนำเข้าแรงงานตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) นายจุลพันธ์ยอมรับว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยปัจจุบันไทยมี MOU ร่วมกับ 4 ประเทศหลัก (เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา) และกำลังพิจารณานำเข้าจากบังกลาเทศและศรีลังกาเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม พบว่าในปัจจุบันยังมีแรงงานที่ตกหล่นและยังไม่ได้เข้าสู่ระบบทะเบียนอีกประมาณ 600,000 คน (เป็นแรงงานกัมพูชาประมาณ 200,000 คน) ซึ่งเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพื่อบริหารจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับปัญหาผู้ติดตาม นายจุลพันธ์ย้ำว่า ตามหลักการ MOU ได้กำหนดให้นำเข้าเฉพาะตัวแรงงาน โดยไม่มีผู้ติดตาม แต่ทางปฏิบัติ ยอมรับว่ามีผู้ติดตามลักลอบเข้ามาจริง ซึ่งรัฐบาลจะร่วมกับ ตม. และกระทรวงมหาดไทย เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง ส่วนการจัดการผู้ติดตามที่เข้ามาอยู่ในประเทศแล้ว ก็จะมีการดำเนินการให้ถูกต้อง หากมีอายุครบ 18 ปี และเป็นแรงงานอยู่ในประเกทศก็จะต้องผลักดันให้ลงทะเบียนเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เข้าสู่ระบบการตรวจสอบได้
นายจุลพันธ์ ระบุถึงมาตรการเชิงรุกว่า ปกติแรงงานต่างด้าวจะมีโควตาทำงาน 2 ปี และต่อได้อีก 2 ปี (รวม 4 ปี) จากนั้นต้องเดินทางกลับประเทศ 30 วันจึงจะกลับมาใหม่ได้ แต่ที่ผ่านมาพบช่องโหว่คือแรงงานไม่กลับจริง แต่กลายเป็นแรงงานนอกระบบ
“กระทรวงแรงงานยุคนี้ทำงานเป็นทีม เมื่อแรงงานในสถานทำงานใดครบกำหนดและไม่ต่ออายุ เราจะส่งข้อมูลให้ตำรวจ ตม. และกระทรวงมหาดไทยทันที เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด” นายจุลพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จุลพันธ์ ยืนยันว่ายังมีความจำเป็นต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวในบางประเภทงานที่คนไทยไม่ทำ เพื่อประคับประคองภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยจะยึดหลักความสมดุลระหว่างความมั่นคงและสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ
#เพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #แรงงานต่างด้าว #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน #วุฒิสภา
บทความที่เกี่ยวข้อง