‘ขัตติยา สวัสดิผล’ หนุนกฎหมาย ‘เจ้าพนักงานคดี’ ช่วยผู้พิพากษาแบก 2 ล้านคดี แนะตั้งเกณฑ์โปร่งใสกันระบบอุปถัมภ์”
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายสนับสนุนหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งมีสาระสำคัญในการขยายบทบาท ‘เจ้าพนักงานคดี’ ให้ครอบคลุมคดีแพ่งและคดีประเภทอื่น ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระผู้พิพากษา และเปิดช่องทางให้ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ในอนาคต
.
น.ส.ขัตติยา ระบุว่า ปัจจุบันศาลยุติธรรมเผชิญภาวะงานล้นมือ มีคดีเข้าสู่ระบบสูงถึงปีละกว่า 2 ล้านคดี ขณะที่มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเพียง 2,800 คน หมายความว่าผู้พิพากษา 1 คน ต้องแบกรับคดีนับร้อยฉบับต่อปี ยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มหาศาล หากไม่มีเจ้าพนักงานคดีเข้ามาช่วยกลั่นกรองงานที่ไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาด เช่น การไกล่เกลี่ย การรวบรวมพยานหลักฐาน หรือการค้นคว้าข้อกฎหมาย ก็จะส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้าและกระทบต่อประชาชนโดยตรง
.
“แม้ศาลจะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยงานบางส่วน แต่ AI ก็ไม่สามารถทดแทนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางกฎหมายได้ทั้งหมด สิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือการใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับเจ้าพนักงานคดี เพื่อความรวดเร็วและมีวิจารณญาณของมนุษย์คอยตรวจสอบป้องกันความผิดพลาด” น.ส.ขัตติยา กล่าว
.
อย่างไรก็ดี น.ส.ขัตติยา ได้ฝากข้อสังเกตสำคัญ 4 ประเด็น แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าที่สามารถสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ จึงจำเป็นต้องมีความโปร่งใสเป็นพิเศษได้แก่
.
ประเด็นที่ 1 การบริหารงานบุคคล: เหตุใดร่างกฎหมายจึงแยกอำนาจการแต่งตั้ง เลื่อนระดับ และจริยธรรมของเจ้าพนักงานคดีไปเป็นของ “ประธานศาลฎีกา” โดยตรง แทนที่จะอยู่ภายใต้กลไกของคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.) ตามหลักการเดิม และจะมีกลไกใดมาช่วยลดข้อครหาว่าการเข้าสู่ตำแหน่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจส่วนบุคคลมากเกินไป
.
ประเด็นที่ 2 เส้นทางโตในวิชาชีพ: การเปิดโอกาสให้ผู้จบ นิติศาสตรบัณฑิต ที่ทำงานเป็นเจ้าพนักงานคดีครบ 4 ปี สามารถสอบเป็นข้าราชการตุลาการได้ ถือเป็นเรื่องดีในการสร้างแรงจูงใจ แต่ต้องมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานการประเมินผลงานที่ชัดเจน ยึดโยงกับความสามารถเป็นหลัก
.
ประเด็นที่ 3 ความเสมอภาค: ในฐานะอนุกรรมการกลั่นกรองวิปรัฐบาล เห็นด้วยว่าควรพิจารณาเปิดโอกาสอย่างเหมาะสมแก่บุคลากรทางกฎหมายกลุ่มอื่นที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ใกล้เคียงกัน เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องความไม่เท่าเทียมในการเข้าสู่สายอาชีพตุลาการ
.
ประเด็นที่ 4 มาตรฐานจริยธรรม: แม้เจ้าพนักงานคดีจะไม่มีอำนาจพิพากษาคดี แต่การรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำข้อมูลประกอบสำนวน ล้วนเป็นสาระสำคัญที่ศาลใช้พิจารณา หน่วยงานจึงต้องมีหลักประกัน เช่น มาตรฐานการอบรมและกลไกตรวจสอบ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางและไร้อคติมากที่สุด
.
น.ส.ขัตติยา กล่าวทิ้งท้ายว่า การยกระดับประสิทธิภาพศาลยุติธรรมผ่านระบบเจ้าพนักงานคดีเป็นเรื่องจำเป็น แต่การออกแบบกฎหมายให้มีระบบที่โปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ตั้งแต่ต้น ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จึงขอฝากข้อสังเกตเหล่านี้ไว้ให้หน่วยงานนำไปพิจารณาในวาระถัดไป
.
#พรรคเพื่อไทย #ขัตติยาสวัสดิผล #ประชุมสภา