จุลพันธ์  อมรวิวัฒน์ เผยภาพรายการ ‘เพื่อไทย Takeaway’ ว่า เร็วๆ นี้จะดำเนินการยื่นเรื่อง สูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ การคำนวนบำนาญชราภาพ ของกองทุนประกันสังคมรูปแบบใหม่ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

24 มิ.ย. 2569 นายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทน เปิดเผยภาพรายการ ‘เพื่อไทย Takeaway’ ว่า เร็วๆ นี้จะดำเนินการยื่นเรื่อง สูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ การคำนวนบำนาญชราภาพ ของกองทุนประกันสังคมรูปแบบใหม่ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

โดยจุลพันธ์ ได้อธิบายถึงที่มาของสูตร CARE ว่า มีหลายประเทศที่มีการใช้สูตรนี้ในการคำนวณบำนาญชราภาพ อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยสำนักงานประกันสังคมได้เริ่มต้นศึกษามาตั้งแต่ปี 2563 มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปี 2568 คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ได้เสนอการใช้สูตร CARE ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนของกองทุน ก่อนที่บอร์ดประกันสังคมจะเห็นชอบสูตร CARE ในเดือน พ.ย. 2568 และส่งต่อมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณา 

“ช่วงนั้นเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลพอดี เรื่องจึงมาตกถึงมือผมว่า จะดำเนินการหรือไม่อย่างไร ซึ่งเจตจำนงพวกเราชัดเจนในการผลักดันสูตร CARE เพราะมันคือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ”นายจุลพันธ์กล่าว 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า หลักคิดที่มาของสูตร CARE เกิดขึ้นจากปัญหาการคำนวณเงินบำนาญชราภาพแบบเดิมของประกันสังคมมีช่องโหว ประกอบกับปัจจุบันโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้รูปแบบการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย หลายคนมีการเปลี่ยนจากการทำงานประจำ และเป็นผู้ประกันตน ม.33 ไปเป็นฟรีแลนซ์ ก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แทน ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนสูญเสียโอกาส

เนื่องจากสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพแบบเดิม คิดจากฐานเฉลี่ยเงินเดือนในช่วง 5 ปีสุดท้าย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดช่องโหว่และนำไปสู่ความไม่เป็นธรรม เช่นมีผู้ประกันตนคนหนึ่งทำงานบริษัท เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาโดยตลอด แต่ในช่วงก่อนเกษียณ 5 ปี ได้ออกจากงานและยังส่งประกันสังคมอยู่ตามมาตรา 39 การคำนวณบำนาญชราจึงลดลงไปทันที หรือกลับกันคือผู้ประกันตนคนหนึ่งมีเงินเดือนเพิ่มมากขึ้นในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ ก็กลายเป็นว่าได้รับเงินบำนาญเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นไปทันที

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า สูตร CARE มีการคิดคำนวณตลอดช่วงชีวิตการทำงาน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนของผู้ประกันตนทุกเดือน และมีการปรับฐานด้วยอัตราเงินเฟ้อ โดยเป็นสูตรที่สามารถสะท้อนการทำงาน และการสมทบเงินเข้ากองทุนของคนทำงานได้จริง ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนทุกคนอย่างเสมอภาค

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ได้ทำมาตลอดคือ เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำสูตร CARE มาใช้ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการปรับเปลี่ยนที่สำคัญ และมีผู้ที่เป็นห่วงกังวลต่อการเปลี่ยนแปลง

“เรื่องนี้หากไม่มีการทำความเข้าใจกันให้ถี่ถ้วน ก็อาจจะทำให้เกิดมุมมองในเชิงลบ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราในการรับฟังข้อห่วงใย และชี้แจงทำความเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้น”นายจุลพันธ์กล่าว 

ที่ผ่านมามีการรับฟังทุกฝ่ายทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายที่คัดค้าน รวมทั้งคนที่ยังไม่รับทราบข้อมูล โดยจำเป็นต้องรับฟังทุกความเห็นอย่างรอบด้าน สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับสูตร CARE จำนวนหนึ่งมาจากความกังวลว่าสูตรนี้จะส่งผลกระทบกับเงินบำนาญของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาชี้แจง และออกแนวทางการเยียวยา ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ได้ใช้เวลาก่อนจะตัดสินใจในการเตรียมการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี คือการศึกษาผลกระทบต่อตัวกองทุนประกันสังคม ว่าหากมีการดำเนินการเรื่องนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกองทุนหรือไม่อย่างไร โดยต้องมีการศึกษาข้อมูลที่รอบด้าน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า หากมีการดำเนินการไปสุดท้ายแล้วจะไม่กระทบกับความมั่นคงของกองทุนในระยะยาว

ในส่วนข้อกังวลของผู้ประกันตนที่คิดว่าตนเองจะได้รับเงินบำนาญน้อยลง จุลพันธ์ เผยว่า ในรายละเอียดที่จะยื่นเสนอต่อคณะรัฐมนตรีนั้นจะมีการระบุชัดว่า ผู้ที่เกษียณไปแล้ว และรับเงินบำนาญอยู่แล้ว จะไม่มีทางเสียประโยชน์ โดยจะให้ยึดตามตัวเลขที่มากกว่า หากการคำนวณใหม่ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าเดิม ตรงนี้จะยังคงจ่ายเงินบำนาญตามสูตรเดิมที่ได้มากกว่า แต่หากมีการคำนวณแล้วพบว่าสูตร CARE จะทำให้ได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ก็จะทำการจ่ายเงินบำนาญตามสูตร CARE

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่กำลังจะเกษียณในระยะเวลา 5 ปีหลังจากมีการใช้สูตร CARE อาจจะมีส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เช่นผู้ที่มีเงินเดือนเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ สิ่งที่อยู่ในรายละเอียดที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีคือ  กลไกในการเยียวยา เพื่อชดเชยเงินส่วนที่หายไปให้กับผู้ที่จะเกษียณอายุภายในระยะเวลา 5 ปีนี้ โดยคนที่เกษียณในปีนี้จะได้รับเงินชดเชยความเสียหายเต็ม 100% ส่วนคนที่เกษียณในปีถัด ๆ ไป เงินชดเชยจะลดลงทีละปีเป็น 80%, 60%, 40% และเหลือ 20% ในปีที่ 5 ตามลำดับ จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 6 เป็นต้นไปก็จะไม่มีการชดเชยอีกและปรับเข้าสู่ระบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

#พรรคเพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #กระทรวงแรงงาน #ประกันสังคม #สูตรCARE