‘จุลพันธ์’ เยือนญี่ปุ่น เดินหน้าหาโอกาส เชื่อมแรงงานไทย-งานต่างแดน ดันระบบใหม่ ESD ยกระดับฝีมือ-คุณภาพชีวิตแรงงานไทย

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 ณ กรุงโตเกียว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการร่วมกับ นายอุเอโนะ เคนอิจิโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

ในการหารือระดับทวิภาคีครั้งนี้ ไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นหุ้นส่วนด้านกำลังคนคุณภาพของญี่ปุ่น โดยพร้อมผลักดันการพัฒนาแรงงานไทย ทั้งทักษะภาษาญี่ปุ่น ทักษะวิชาชีพ และทักษะเฉพาะ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานญี่ปุ่นในอนาคต ผ่านโครงการเรียนได้งบ จบได้งานการ Reskill และ Upskill

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของแรงงานต่างชาติในสังคมญี่ปุ่นอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย การป้องกันการทำงานผิดกฎหมาย และการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานไทยให้มั่นคง

ต่อมาในวันที่ 16 ก.ค. นายจุลพันธ์ ได้เป็นประธานเปิดงาน MOL Overseas Matching ณ หอประชุม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับหน่วยงานระดับสูงของญี่ปุ่น

งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับการปฏิรูประบบแรงงานต่างชาติของญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (Employment for Skill Development: ESD) ซึ่งมุ่งยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเชื่อมโยงไปสู่ระบบแรงงานทักษะเฉพาะ (SSW)

ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOC) ว่าด้วยโครงการ ESD กับภาครัฐของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้การส่งแรงงานไทยมีความโปร่งใส ได้มาตรฐาน และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยมอบหมายให้กรมการจัดหางาน ควบคุมการจัดส่ง และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ติวเข้มด้านภาษาและทักษะก่อนเดินทาง

ในวันที่ 17 ก.ค. คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานได้เข้าหารือข้อราชการกับผู้บริหารองค์กร IM JAPAN และตรวจเยี่ยมผู้ฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิค ณ ศูนย์ฝึกอบรมคาซึคาเบะ จังหวัดไซตามะ

การหารือมุ่งเน้นไปที่การประสานความร่วมมือเพื่อขยายโอกาสการจ้างงานแรงงานไทยในหลายสาขาอาชีพที่ญี่ปุ่นกำลังขาดแคลน โดย รมว.แรงงาน ได้พบปะและให้กำลังใจผู้ฝึกปฏิบัติงานชาวไทย โดยเน้นย้ำให้ทุกคนตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เทคโนโลยี และระเบียบวินัยระดับสากล เพื่อนำกลับมาต่อยอดและพัฒนาประเทศไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ได้เดินทางไปยังบริษัท Kanemi Foods ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการจ้างงานแรงงานไทยรายใหญ่ กว่า 1,332 คน (แบ่งเป็นผู้ฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิค 1,084 คน และแรงงานทักษะเฉพาะ 248 คน) โดยได้หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท และองค์กรกำกับดูแล AI Family Cooperative Society เพื่อขอบคุณที่ดูแลแรงงานไทยเป็นอย่างดี ยืนยันระบบจัดส่งของไทยจะเน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม

ส่วนในวันที่ 18 ก.ค. คณะได้ตรวจเยี่ยมร้าน Jasmine Thai สาขา Roppongi กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารไทยชื่อดังที่มีถึง 11 สาขาทั่วโตเกียว และได้รับเครื่องหมาย “Thai Select” โดยมีการหารือเพื่อวางแผนจัดส่งแรงงานกุ๊กไทยฝีมือดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้ประกอบพิธีมอบเครื่องหมายรับรองสถานประกอบกิจการที่จ้างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ (ระดับ Gold) เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ร้านที่ให้ความสำคัญกับแรงงานฝีมือไทยตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา พร้อมสนับสนุนให้แรงงานไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถนำทักษะมาสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในเวทีระดับสากลต่อไป

#พรรคเพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน #ประเทศญี่ปุ่น