บอร์ดปฐมวัยลุยพลิกโฉม! ‘รองนายกฯ ยศชนัน’ ดัน 2 นโยบายด่วน เชื่อม Big Data 13 หลักอุดช่องโหว่เด็กตกหล่น พ่วงกฎเหล็กห้ามสอบแข่งขันเด็กเล็ก มุ่งเปลี่ยน ‘ท่องจำ’ เป็น ‘เรียนรู้ผ่านการเล่น’ คืนความสุข-ลดแรงกดดัน หวังปูทางสร้างทุนมนุษย์ที่แข็งแกร่งของชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศผ่านการพัฒนาเด็กปฐมวัย

.

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า การลงทุนกับเด็กตั้งแต่วันนี้คือการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ประเทศไทย ที่ประชุมจึงได้หารือเพื่อผลักดันเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานทำงานสอดคล้องกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลเด็กปฐมวัยของไทย

.

ประเด็นแรก คือการจัดทำฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยให้เป็นระบบเดียว โดยได้บูรณาการความร่วมมือด้านข้อมูลระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเด็กตั้งแต่แรกเกิดผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเข้าด้วยกัน การเชื่อมข้อมูลนี้จะช่วยให้ภาครัฐดูแลและช่วยเหลือเด็กได้อย่างแม่นยำและตรงจุด เด็กและครอบครัวจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากพบเด็กที่มีพัฒนาการช้าหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ระบบจะแจ้งเตือนให้เข้าช่วยเหลือได้ทันทีโดยไม่มีใครตกหล่น ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล ทำให้ครูและบุคลากรทางการแพทย์มีเวลาดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยให้รัฐสามารถจัดสรรงบประมาณและส่งบุคลากรลงพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

.

ประเด็นที่สอง คือการออกมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการสอบแข่งขันวิชาการในเด็กเล็ก เนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัยนี้ต้องเรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ใช่การถูกจับมานั่งท่องจำ มาตรการนี้จะเร่งคืนความสุขและพัฒนาการที่สมวัยให้กับเด็ก ปลดล็อกความเครียดไม่ให้เด็กต้องเผชิญแรงกดดันที่เกินวัย ทำให้สมองและจิตใจเติบโตเต็มที่ผ่านการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามแนวทาง “ชวนลด ชวนเล่น ชวนรู้” นอกจากนี้ ยังช่วยให้พ่อแม่ผู้ปกครองคลายความกังวลและลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงจากการส่งลูกเรียนกวดวิชา หันมาใช้เวลาทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกวิธี ในขณะที่โรงเรียนและครูสามารถมุ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรมและเฝ้าดูพัฒนาการของเด็กได้อย่างรอบด้าน โดยไม่ต้องเครียดหรือพะวงกับการติวเด็กเพื่อสอบเข้าอีกต่อไป

.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การผลักดันเรื่องนี้คือการร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กไทยโตมาอย่างมีคุณภาพที่สุด เพราะทุกช่วงเวลาของเด็กปฐมวัยคือโอกาสทองในการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ที่จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนาประเทศต่อไป

.

#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #นิกรโสมกลาง #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์