‘ธงธรรม’ ชี้ภัยพิบัติเตือนไทยต้องเปลี่ยนวิธีคิด เสนอสูตร “5 รุก – 4 ปรับ – 3 แก้ – 2 ระยะ” อยู่ร่วมกับน้ำ-ยกระดับเยียวยาผู้ประสบภัย ขณะที่ ‘มนพร เจริญศรี’ เตือนรัฐบาลต้องไม่ลืมแก้ปัญหาน้ำท่วมนครพนมด้วย
วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมอภิปรายญัตติด่วนเรื่องปัญหาอุทกภัย โดยนายธงธรรม ได้อภิปรายเน้นย้ำถึงสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงและเป็นบทเรียนว่า รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ “ตั้งรับ” มาเป็น “การจัดการเชิงรุก” เพื่อให้ประเทศอยู่ร่วมกับน้ำได้และควบคุมความเสียหายเมื่อเกิดเหตุ
.
นายธงธรรม ได้เสนอแนวทางปฏิบัติเชิงรุกสู่เป้าหมายเดียว คือ “ทำให้ประเทศไทยเสียหายน้อยลงและกลับมายืนได้เร็วขึ้น” ผ่านข้อเสนอหลัก ดังนี้
.
1. การทำงานเชิงรุก 5 ด้าน (5 รุก)
.
-รุกด้านโครงสร้างพื้นฐาน: มองเส้นทางน้ำทั้งระบบ และเน้นการเชื่อมโยงระบบเดิมที่มีอยู่ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ (ยกตัวอย่างโมเดล Copenhagen หรือ Rogers ที่ปรับสวนสาธารณะเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ)
.
-รุกด้านการแจ้งเตือน: พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ที่รวดเร็วเพื่อนำไปสู่การรับมือล่วงหน้า (Early Action)
.
-รุกด้านการเยียวยา: จัดทำระบบ One Stop Service แจ้งความเสียหายครั้งเดียว และแยกการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้า ออกจากการฟื้นฟูชีวิต/เศรษฐกิจหลังน้ำลด
.
-รุกด้านกฎหมายและระเบียบ: แก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมศึกษากลไกการระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน
.
-รุกด้านการบูรณาการ: จัดทำแผนปฏิบัติการร่วม ใช้ข้อมูลและสถานการณ์ชุดเดียวกัน รวมถึงการฝึกซ้อมแผนร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
.
2. ปรับโครงสร้างเพื่อลดข้อจำกัด 4 ด้าน (4 ปรับ)
.
-จัดทำบัญชีระบบน้ำรายพื้นที่ (Water Infrastructure Inventory): สำรวจศักยภาพของอุปกรณ์และเครื่องมือจริง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนกระดาษ
.
-จัดลำดับงบประมาณตามผลลัพธ์การลดความเสียหาย: เน้นการซ่อมแซมและปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างเดิมก่อนการสร้างใหม่
.
-บูรณาการผังเมืองเข้ากับผังน้ำ: กำหนดพื้นที่รับน้ำ ทางน้ำเดิม และพื้นที่สีเขียวไว้ในการวางผังเมืองตั้งแต่แรก
.
-เตรียมเมืองรับมือฝนตกเกินขีดจำกัด (Extreme Event Plan): กำหนดทางน้ำล้นที่ปลอดภัยเพื่อคุ้มครองสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลและระบบไฟฟ้า
.
3. แก้ไขช่องว่างระบบเยียวยา 3 ปัญหา (3 แก้)
.
-แก้ปัญหาการมองไม่เห็นธุรกิจรายย่อย: เพิ่มมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูกิจการ SME ที่สูญเสียสินค้าหรือรายได้
.
-แก้ปัญหาระบบที่ซับซ้อน: ลดภาระผู้ประสบภัยในการรวบรวมเอกสารข้ามหลายหน่วยงาน โดยรัฐต้องเป็นผู้เชื่อมโยงข้อมูลเอง
.
-แก้ปัญหาความไม่ชัดเจนและดุลพินิจ: สร้างมาตรฐานที่คาดการณ์ได้ ชัดเจน และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
.
4. เดินหน้าฟื้นฟู 2 ระยะ (2 ระยะ)
.
-ระยะเร่งด่วน: ปรับเกณฑ์จ่ายเงินทดลองราชการก่อนตรวจสอบทีหลัง ยอมรับหลักฐานดิจิทัล และเพิ่มรายการช่วยเหลือ SME
.
-ระยะยาว (ปรับปรุงกฎหมาย): ผลักดัน พ.ร.บ. ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย (เยียวยาอัตราคงที่) และแก้ไข พ.ร.บ. SME โดยนำกลไก Copay ฟื้นฟูกิจการตามแบบอย่างประเทศญี่ปุ่นมาใช้
.
5.เป้าหมายเดียว คือทำให้ทุกครั้งที่น้ำมาครับ ประเทศไทยเสียหายน้อยลงแล้วก็กลับมายืนได้
.
ขณะที่ ‘มนพร เจริญศรี’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองนครพนมยกระบบ ดันขุดลอก “ห้วยฮ้องฮอ” ป้องกันน้ำท่วมย้ำต้องพร้อมรับมือ ไม่ใช่รอเยียวยา
.
นางมนพร เริ่มต้นอภิปรายถึงสาเหตุหลักของปัญหาน้ำท่วมเขตเมืองนครพนม ว่าเกิดจากฝนตกหนักสะสมในระยะเวลาอันสั้น ร่วมกับระบบระบายน้ำในเมืองมีข้อจำกัดจากการขยายตัวของเมือง การก่อสร้างอาคาร และถนน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูง (ช่วงวิกฤตราว 12 เมตร) แม้ยังไม่ล้นตลิ่งแต่ส่งผลให้น้ำจากคลองซอยและพื้นที่ลุ่มต่ำ (เช่น ถนนอภิบาลบัญชา หน้าโรงพยาบาลนครพนม) ไม่สามารถระบายลงแม่น้ำโขงได้ทัน และ ลำน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะ “ห้วยฮ้องฮอ” ซึ่งเป็นทางระบายน้ำสายหลัก มีสภาพตื้นเขินและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้เมื่อน้ำโขงสูง เกิดปัญหาน้ำไหลย้อนกลับ เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมทั้งสองฝั่ง
.
นางมนพร ได้อธิบายต่อถึงความคืบหน้าและการสนับสนุนโครงการ “ขุดลอกห้วยฮ้องฮอ” ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และมีการเสนอแผนขุดลอกทั้งระบบ (อาคารบังคับน้ำ ระบบส่งน้ำ และการบริหารจัดการพื้นที่) และก็ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 4 ตำบล จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งประชาชนเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์และไม่มีผู้คัดค้าน
.
ดังนั้น เพื่อให้การเดินหน้าโครงการดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว นางมนพร จึงมีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลคือ
.
-บูรณาการทำงานร่วมกัน: ขอให้กรมชลประทาน, เทศบาลเมืองนครพนม, กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนระบายน้ำทั้งระบบตั้งแต่ท่อระบายน้ำในเมือง คลองซอย ห้วยฮ้องฮอ จนถึงจุดระบายลงแม่น้ำโขง แทนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือต่างคนต่างทำ
.
-แก้ไขปัญหาควบคู่กัน: การขุดลอกห้วยฮ้องฮออย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องทำควบคู่กับการสร้างระบบป้องกันน้ำไหลย้อน ติดตั้งระบบสูบน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำในเขตเมือง
.
-กำหนดกรอบเวลาและงบประมาณที่ชัดเจน: เรียกร้องให้รัฐบาลและกรมชลประทานเร่งรัดโครงการให้ทันรองรับฤดูน้ำหลากครั้งต่อไป ย้ำจุดยืนว่า “นครพนมไม่ควรรอให้น้ำท่วมแล้วค่อยแก้ไข ประชาชนต้องการการป้องกันที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วตามเยียวยา”
.
#พรรคเพื่อไทย #ธงธรรมเวชยชัย #มนพรเจริญศรี #อุทกภัย #น้ำท่วม #ประชุมสภา
บทความที่เกี่ยวข้อง