ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ร่วมเวทีดีเบตในรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง”

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ร่วมเวทีดีเบตในรายการ : เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ “เปิดสนามเลือกตั้ง” วันที่ 26 ธันวาคม 2569 ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ดำเนินรายการโดยสรยุทธ สุทัศนจินดา โดยเริ่มต้นด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ เรื่องนโยบายกองทัพ-ความมั่นคงของชาติ ใช้งานวิจัย-ฝีมือคนไทย พัฒนาประเทศ อัปสกิล รด. และ ซื้ออาวุธให้สอดคล้องกับภัยคุกคาม นโยบายทางเศรษฐกิจ ขณะที่ในด้านเศรษฐกิจนั้น ได้นำเสนอการสร้าง New Growth Engines – โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ – ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพาประเทศขยับไปข้างหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

.

[2 นาทีบนเวทีดีเบต ช่อง 3 ทำไมต้องเลือก ”เพื่อไทย“ ให้ ”ยศชนัน“ เป็นนายกรัฐมนตรี ]

.

“…เลือกพรรคเพื่อไทยเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่สามารถสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกยศชนัน ทำได้แน่นอนครับ

.

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ปัญหาบ้านเมืองมีอยู่มากและซับซ้อน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ภูมิเศรษฐศาสตร์ และภูมิรัฐศาสตร์ แต่พรรคเพื่อไทยเราได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ ที่พร้อมจะพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ

.

ผมขอพูดถึงเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก การจะเคลื่อนพีระมิดต้องเริ่มขับเคลื่อนจากฐาน เราตั้งใจจะฟื้นฟูคนรากหญ้าจากผลกระทบช่วงโควิด ด้วยการล้างหนี้ ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้พี่น้องไม่ต้องกลับมาเป็นหนี้ซ้ำอีก

.

เรื่องต่อมาคือ การผลักดัน ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม’ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (Productivity) ในทุกรูปแบบ เรื่องนี้จำเป็นมากครับ เพราะปัจจุบันเราเป็นสังคมผู้สูงอายุ การจะเพิ่มจำนวนคนนั้นทำได้ยาก เราจึงต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผมและพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ด้านนี้

.

ข้อที่ 3 คือการสร้าง ‘เครื่องยนต์การเติบโตใหม่’ (New Growth Engine) เพื่อขยาย GDP ดึงดูดการลงทุนและรับถ่ายทอดวิทยาการจากต่างประเทศ โดยต้องพัฒนาคนควบคู่กันไปใน 3 ด้านหลัก คือ

.

– เกษตรมูลค่าสูง

– อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

– บริการมูลค่าสูง เช่น ธุรกิจ Wellness

.

“แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากประเทศขาดความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ เปลี่ยนแปลงประเทศไทย เลือกพรรคเพื่อไทย เราพร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาปรับปรุงประเทศครับ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

.

[ ประเด็นไทย-กัมพูชา จะจบแบบไหน-สื่อสารอย่างไร? ] 

.

สรยุทธ : “ทำยังไงต่อ เพื่อให้มันไม่การปะทะไม่เกิดขึ้นอีก?”

.

ยศชนัน : “ตอนนี้ผมขอสื่อสารไปถึง 2 ส่วนหลักๆ ครับ ส่วนแรกคือพี่น้องทหารกล้า เราได้ปฏิบัติภารกิจโดยยึด 3 เรื่องอย่างเคร่งครัด คือ กฎหมายระหว่างประเทศ, สิทธิมนุษยชน และหลักการของ UN ซึ่งตรงนี้สำคัญและน่าชื่นชมมากครับ

.

ส่วนที่สอง คือพอพูดถึงเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพมาอยู่ตามเขตต่างๆ ตรงนี้ขอวอนให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแล ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองปัจจุบันเราก็มีการจัดทีมเข้าไปดูแลในส่วนนี้อยู่ครับ

ขอเสริมอีกนิดในเรื่องไทย-กัมพูชาครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘เราคือทีมเดียวกัน’ วันนี้ถ้ารัฐบาลทำแล้วสามารถทำให้สถานการณ์สงบได้ เราก็ส่งใจช่วยและต้องขอชื่นชมในจุดนี้ครับ”

.

สรยุทธ : ”คิดว่าจบไหม?“

.

ยศชนัน : “ผมคิดว่าถ้าจะให้จบ เราจำเป็นต้องสื่อสารให้ชาวโลกเห็นข้อเท็จจริงครับ ว่าในกระบวนการต่างประเทศ ถ้ามีการลุกล้ำที่ผิดกฎเข้ามา เราต้องแจ้งให้ต่างชาติรับทราบ เพื่อให้สิ่งนี้เป็นเกราะกำบังให้เรา และชวนทุกฝ่ายมาช่วยกันดูว่าสิ่งที่เราถูกกระทำอยู่เป็นสิ่งที่เข้าใจผิด

.

แต่เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องของ ‘สองประเทศ’ ครับ ไทยกับกัมพูชาต้องคุยกัน ไม่มีความจำเป็นต้องดึงประเทศอื่นเข้ามา หรือยกระดับให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศจนไปถึงศาลโลก มันจะเป็นเรื่องใหญ่โตเกินไป

.

อีกประเด็นที่สำคัญมากคือเรื่อง ‘การปราบปรามสแกมเมอร์ (Scammer) ให้สิ้นซาก’ ต้องยอมรับความจริงครับว่าการสู้รบที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เราเข้าไปทำลายขบวนการสแกมเมอร์ ทำให้ทางกัมพูชามีประเด็นนี้ขึ้นมาและเกิดการตอบโต้ ดังนั้นเรื่องไทย-กัมพูชาอาจจะสงบชั่วคราวได้ แต่ถ้าวันนี้เราไม่แสดงบทบาทเป็น ‘พี่ใหญ่’ ที่นำทุกคนมาร่วมมือกันปราบปรามระบบสแกมเมอร์ เรื่องนี้ก็ไม่จบครับ”

.

สรยุทธ : “ถ้าคุณเป็นนายกฯ คือคุณจะปราบปรามสแกมเมอร์ ยิ่งกว่าที่รัฐบาลนี้ทำอยู่?”

.

ยศชนัน: “ไม่หมด ไม่เลิกครับ”

.

[ นโยบายกองทัพ-ความมั่นคงของชาติ ใช้งานวิจัย-ฝีมือคนไทย พัฒนาประเทศ อัปสกิล รด. และ ซื้ออาวุธให้สอดคล้องกับภัยคุกคาม ]

.

สรยุทธ : เรื่องนี้มีนโยบายยังไง?

.

ยศชนัน : “ความจริงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมถนัดและตั้งใจมากครับ ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากหน่วยงาน DARPA (Defense Advanced Research Projects Agency) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราจะเห็นว่าวิทยาการใหม่ๆ หลายอย่างบนโลก เกิดจากงานวิจัยด้านการทหารก่อน เช่น เทคโนโลยีเสื้อเกราะที่พัฒนาไปสู่ Material Science (วัสดุศาสตร์) หรือ GPS สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดสร้าง ‘อุตสาหกรรมมูลค่าสูง’ ให้กับประเทศได้”

.

“ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ เครื่องจักรที่ใช้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ จริงๆ แล้วสามารถนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่ Semiconductor ได้ ถามว่าคนไทยทำได้ไหม? เราทำได้แน่นอนครับ แต่โจทย์คือ ‘ต้องทำให้เร็ว’ วิธีการคือเราอาจใช้วิธี License In (ซื้อสิทธิ์เทคโนโลยี) หรือไปร่วมลงทุนในบริษัทต่างชาติที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อให้เราได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) แล้วให้นักวิจัยไทยนำมาต่อยอดได้ทันที”

.

“ผมมองว่านี่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และที่สำคัญคือจะช่วย ‘ปลดล็อกอธิปไตยทางอาวุธ’ ของไทย ทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นครับ”

.

สรยุทธ : หมายถึงจะให้ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้น ไอเดียคือถึงขนาดนั้นเลยใช่ไหม?”

.

ยศชนัน : “เราผลิตได้ครับ แต่ในเชิงบริหารจัดการ เราต้องดูเรื่องห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการเชื่อมโยง (Connectivity) ด้วย บางครั้งโรงงานอาจจะตั้งอยู่ที่อื่นก็ได้ แต่เราต้องเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Technology Transfer) กลับมาให้คนไทย อันนี้คือหัวใจสำคัญ”

.

ยศชนัน : “อีกเรื่องที่สำคัญมากเกี่ยวกับกองทัพคือ ‘นักศึกษาวิชาทหาร (รด.)’ ครับ ปัจจุบันรูปแบบภัยคุกคามของโลกเปลี่ยนไปแล้ว หลักสูตร รด. ก็ควรต้องอัปเกรดตามไปด้วย ไม่ใช่แค่การฝึกภาคสนามเดินป่าแบบเดิม แต่เราควรเพิ่มหลักสูตรที่ทันสมัย เช่น การบังคับโดรน หรือเรื่อง Cyber Security

ผมมองว่านี่คือโอกาสในการ Upskill และ Reskill ให้กับเยาวชน ทำให้การเรียน รด. เป็นเรื่องน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อทักษะอาชีพในอนาคตของพวกเขาด้วย”

.

สรยุทธ : หมายถึงการเรียน รด. จะไม่ใช่แค่ทหารวิ่งไปรบอย่างเดียวแล้ว แต่จะเป็นทหารไซเบอร์ อะไรประมาณนั้นนะ?

.

ยศชนัน : ถูกต้องครับ “ต้องปรับรูปแบบให้ทันโลก”

.

[ เดินหน้าแก้ปากท้องแบบ “เพื่อไทย” สร้าง New Growth Engines – โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ – ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพาประเทศขยับไปข้างหน้า ]

.

ยศชนัน: “เมื่อสักครู่ผมได้ทำความเข้าใจไปแล้วว่าเราทำทั้ง 3 ระดับ เพราะปัจจุบันรากหญ้าคือส่วนสำคัญ ไม่ใช่แค่มองว่าเป็นประชานิยม แต่ DNA ของเราคือการดูแลรากหญ้า แก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยหลักการ ‘ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส’

.

เรื่องแรกที่ต้องทำคือ ‘การปลดหนี้ทั้งระบบ’ เป็นการปลดครั้งเดียวเพื่อล้างหนี้เสีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ รวมไปถึงคนทำดีต้องได้ดี คือคนที่จ่ายหนี้ตรงเวลาต้องได้ประโยชน์

.

เราทำเรื่องนี้ควบคู่ไปกับการลดรายจ่าย อย่างค่าไฟฟ้า เราจะทำเรื่อง Green Energy เสรี เพื่อลดสัดส่วนค่าไฟลง เรื่องการเดินทาง ที่อยู่อาศัย การอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลัก เราจำเป็นต้องทำ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ซึ่งดูเรื่องงบประมาณเรียบร้อยแล้ว สามารถทำได้และทำไปแล้ว ขอเวลาอีกแป๊บเดียวเข้าไปเป็นรัฐบาลทำต่อได้เลย

.

อีกเรื่องสำคัญคือการคุยกับ กทม. เรื่อง Feeder และ ‘รถเมล์ 10 บาท’ นี่เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องรากหญ้าเดินทางได้สะดวกขึ้น

.

นอกจากนี้ การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบคือทางรอดเดียว ตอนนี้ GDP เราเริ่มโตขึ้น แต่ใน 3 ส่วนหลักคือ เกษตร อุตสาหกรรม และบริการ จำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) เช่น การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) พัฒนาพันธุ์พืช หรืออุตสาหกรรมที่ต้องอัปเกรดเครื่องยนต์เดิมในโรงงานให้ประยุกต์ใช้กับ AI ได้

.

ในส่วนของ ‘การท่องเที่ยว’ ทำอย่างไรจะดึงดูดเม็ดเงินและนักท่องเที่ยวเข้ามา แน่นอนว่าต้องเริ่มที่การปรับปรุงสนามบิน ต่อมาคือเรื่องความปลอดภัย เราต้องปฏิรูปความปลอดภัยและตำรวจ โดยใช้ AI Smart City เข้ามาเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมที่จะทำ

.

ส่วน ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Engine)’ เรามองเรื่อง Wellness Tourism การใช้ฐานวิทยาศาสตร์มาต่อยอด เรื่องอาหารที่มองเป็น Cloud Kitchen หา Demand เข้ามาทำแพลตฟอร์ม และเรื่องสมุนไพรที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เรามีความเข้มแข็งอยู่แล้ว แต่ขาดโรงงานมาตรฐาน GMP และการทำ Clinical Trial เพื่อให้ลงสู่ชุมชนได้ รวมถึงการทำ Positive List ให้ชาวบ้านใช้สารสกัดได้โดยไม่ต้องทดสอบซ้ำเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนตลาดเราต้องมองเพื่อนบ้านโซนอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ซึ่งรวมกันมีประชากรมหาศาลครับ”

.

สรยุทธ: ประกาศถึงขนาด GDP 5% เลยนะ?

.

ยศชนัน: “อย่างน้อยเกิน 3% แน่นอน และจะผลักดันให้ตัวเลขสูงขึ้นในช่วงที่เป็นรัฐบาลและมีเสถียรภาพ”

.

สรยุทธ: แล้วเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต ทำต่อไหม?

.

ยศชนัน: “เรื่องนี้ครั้งที่แล้วเราทำเพราะจำเป็นต้องกระตุ้นให้เศรษฐกิจหมุน มีโครงการเงินหมื่นและโครงการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ แต่ ณ ปัจจุบัน ถ้ามีความจำเป็นต้องทำ ก็ทำได้ แต่ในขณะเดียวกันเรามีเรื่อง Wellness Economy และ Fintech Hub ถ้าเศรษฐกิจหมุนเวียนดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำ”

.

[ มั่นใจพรรคไหนเทาประชาชนไม่เลือก เพื่อไทยไม่เคยจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับ 1 ประกาศร่วมงานกับทุกพรรคที่ยอมรับนโยบายของเราที่หาเสียงกับประชาชน ]

.

“รอบที่แล้วความจริงเราไม่ได้ไปจัดตั้งรัฐบาลแข่งนะครับ เราโหวตให้ประชาชนด้วยซ้ำ ตอนนั้นเป็นพรรคก้าวไกล เราโหวตให้ถึง 2 ครั้งนะครับ เรื่องนี้จบเหมือนกัน เราปฏิบัติตามระบอบรัฐสภา”

.

สรยุทธ : ตกลงใครก็ตามที่เป็นพรรคอันดับ 1 เพื่อไทยจะร่วมไหม เพื่อให้พรรคอันดับ 1 ได้สิทธิ์ในการเป็นรัฐบาล?

.

ยศชนัน : “วันนี้แปลกมาก ที่ทุกพรรคมาจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะฟังเสียงประชาชน…เราฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนบอกว่าร่วม เรื่องเทาไม่เทา ผมคิดว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชน ถ้าพรรคไหนเทา ประชาชนไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว เราจำเป็นต้องทำนโยบายเพื่อให้พรรคเราสามารถนำส่งนโยบายสู่ประชาชนได้…ไม่มีปัญหา ถ้านโยบายเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โหวตอยู่แล้ว ถ้าไม่มีปัญหาในเรื่องนโยบายของพรรค…และควรดูแนวนโยบายเป็นหลัก และถามเสียงพี่น้องประชาชน”

.

#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #เพื่อไทยทำได้  #เลือกตั้ง69 #ดีเบตเลือกตั้ง

.

ผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้