‘ขัตติยา สวัสดิผล’ สส.บัญชีรายชื่อ ห่วงเด็กยากจนหลุดจากระบบการศึกษา แนะ กสศ.เร่งแก้ปัญหาพร้อมย้ำงบประมาณไม่ใช่ปัญหา แต่อยู่ที่การจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายรับทราบรายงานประจำปีของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเป็นปีแรกของแผนกลยุทธ์ 3 ปีฉบับใหม่ ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตเศรษฐกิจ, ภัยธรรมชาติ, โครงสร้างประชากร และความไม่สงบ โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

.

1. วิกฤตโครงสร้างครอบครัวยากจนพิเศษพุ่ง

.

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน นักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.3 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.23) รายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่ำมากเพียง 1,236 บาท/คน/เดือน (คิดเป็นร้อยละ 40 ของเส้นความยากจน) และกว่า 1 ใน 3 ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่ยังไม่หมดไป

.

2. ภัยพิบัติธรรมชาติซ้ำเติมการเรียนรู้

.

ปัจจุบัน โรงเรียนกว่า 5,000 แห่ง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว และภัยความไม่สงบ (โดยเฉพาะแผ่นดินไหวมีโรงเรียนเสียหายกว่า 3,000 แห่ง และปิดโรงเรียนชายแดนอีกกว่า 1,000 แห่ง)

.

ทั้งนี้ นางสาวขัตติยา มีข้อเสนอแนะเพื่อให้เด็กยากจนจะฟื้นตัวจากการสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) ได้ช้า จึงขอให้ กสศ. พัฒนาแผนรับมือในภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ไม่พึ่งพิงแค่อินเทอร์เน็ต

.

3. กับดักความยากจนข้ามรุ่น ทำให้เกิดช่องว่างการเข้าสู่มหาวิทยาลัย

.

จากการศึกษาพบว่ามีเด็กยากจน/ยากจนพิเศษที่จบ ม.3 เพียงร้อยละ 12.5 เท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2.5 เท่า สะท้อนว่าเด็กยากจนยังเข้าไม่ถึงโอกาสในการหลุดพ้นจากความยากจน

.

4. ชื่นชมนวัตกรรม แต่ตั้งข้อสังเกตงบประมาณบุคลากร

.

นางสาวขัตติยา ได้กล่าวชื่นชมระบบ “ส่องทางทุน”, โมเดล AI Dropout Prediction และแพลตฟอร์ม Thai PILA ร่วมกับ OECD รวมถึงประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ 96.45 โดยมีข้อสังเกตว่า ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 142.2 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อน) จากการเพิ่มอัตรากำลัง 15 คน (เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.17 ล้านบาทต่อคน) จึงขอให้ชี้แจงรายละเอียดเพื่อความสมเหตุสมผล

.

5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อความยั่งยืน

.

นางสาวขัตติยา ได้เสนอแนะถึงการจัดสรรงบประมาณว่าอยากขอให้เปลี่ยนระบบจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ (Area-based) แทนการเหมาจ่ายรายหัวเท่ากันทั่วประเทศ เพื่อช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ เพื่อให้ปัญหาเด็กขาดโอกาสทางการศึกษาลดลงไป รวมถึงช่วยผลักดันนโยบาย Zero Dropout ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันยังมีเด็กอยู่นอกระบบการศึกษามากกว่า 600,000 คน ซึ่งต้องรีบดึงกลับเข้ามาเพราะเด็กเหล่านี้คืออนาคตของประเทศ

.

“…ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับ GDP แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่สะท้อนการลงทุนนั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีการจัดสรรด้วย ดังนั้น การปฏิรูปที่นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณการศึกษาตามความต้องการที่จำเป็นจริงๆ ของแต่ละพื้นที่ (โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลที่มีต้นทุนต่อหัวสูงกว่า) แทนที่จะเหมาจ่ายรายหัวเท่ากันทั่วประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง” นางสาวขัตติยา กล่าว

.

#พรรคเพื่อไทย #ขัตติยาสวัสดิผล #การศึกษา #ประชุมสภา