“ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ ‘ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์’ ประกอบกับการมีที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง เราจึงมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่เป็น ‘ประตู’ (Gateway) เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนได้อย่างไร้รอยต่อ”
คำกล่าวของศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ระหว่างเดินทางเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อหารือกับ Rianne Letschert รัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์ฯ ของเนเธอร์แลนด์ โดยไทยได้ชูจุดแข็งเรื่อง “ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์” และทำเลที่ตั้งใจกลางอาเซียน เพื่อดึงดูดการลงทุนและผลักดันให้ไทยเป็นประตู (Gateway) เชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จากเนเธอร์แลนด์เข้าสู่ภูมิภาค พร้อมเห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Working Team) เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต 4 ด้าน ได้แก่ AI, ความปลอดภัย, เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงาน/สภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจับคู่ธุรกิจและการแบ่งปันงานวิจัยร่วมกัน
.
ในการเยือนครั้งนี้ ไทยได้เร่งเดินหน้าแผน Execution เพื่อสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ โดยตั้งเป้าปั้นทาเลนต์ทักษะสูง 84,900 คน และนักวิจัย 1,780 คน ภายใน 5 ปี เพื่อปิดช่องว่างความต้องการแรงงานที่พุ่งสูงในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีการเซ็น MOU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Twente เพื่อจัดตั้ง Joint Lab ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ และดึงดูดสตาร์ทอัพเนเธอร์แลนด์เข้าไทยด้วยโมเดล Open Innovation เพื่อเปลี่ยนไทยจาก “ผู้ซื้อ” เป็น “พันธมิตรร่วมสร้าง” (Deep Tech Creator)
.
นอกจากเซมิคอนดักเตอร์ดั้งเดิมแล้ว ไทยยังเล็งเจาะตลาด “ชิปโฟโตนิกส์” โดย ศ.ดร.ยศชนัน ให้มุมมองว่า ไทยควรเลือกเป็นผู้นำในสมรภูมิที่มีโอกาส เนื่องจากโรงงานชิปโฟโตนิกส์ใช้เงินลงทุนราว 5,600 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แบบเดิมถึง 30 เท่า ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นไปได้จริงในการขับเคลื่อนให้ไทยขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางดีพเทคแห่งอาเซียน (New SEA Hub) ควบคู่ไปกับการลงนามความร่วมมือกับสถาบันระดับโลกอย่าง TU Delft และการร่วมมือพัฒนาชิปประมวลผลระบบเปิดกับ AXELERA AI ที่จะเริ่มคิกออฟโครงการในเดือนกรกฎาคมนี้
.
#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #อาจารย์เชน #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม