วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) พรรคเพื่อไทยจัดงาน “ปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1” โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมอย่างคึกคัก หนึ่งในผู้ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยคือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย

ณัฐวุฒิ เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการหยิบยกผลโพลของมติชนที่ทำร่วมกับเดลินิวส์มาปลูกขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องโหวตเตอร์ชาวเพื่อไทยว่า

“เมื่อสักครู่นั่งรออยู่หลังเวที กำลังจะขึ้นบันได แต่ขึ้นมาไม่ไหวข้างในโพลมันไหลทับ สำนักพิมพ์มติชนกับสำนักพิมพ์เดลินิวส์ เขาร่วมมือกันทำโพลรอบแรก ผลปรากฏว่า หัวหน้าเท้งได้ 38% กว่าๆ นำห่างทั้งอนุทิน และอภิสิทธิ์ แต่ศ.ดร.ยศชนัน ได้ 39% กว่าเป็นอันดับหนึ่ง” 

“ส่วนจุลพันธ์ วันนี้ก็ท็อปฟอร์ม แต่จริงๆฟอร์มสวยมาตั้งแต่วันจับมือแล้ว ผมถาม เพื่อนจับยังไงถึงได้เบอร์ 9 จุลพันธ์บอกยังไม่ทันได้ควานหา แค่แหย่มือเข้าไปเบอร์ 9 ก็เด้งขึ้นมาเอง”

ณัฐวุฒิ เรียกรอยยิ้มของผู้ฟังปราศรัยด้วยการกล่าวถึง ความง่ายในการทำสัญลักษณ์เบอร์พรรคของเพื่อไทย ที่ง่ายกว่าพรรคอื่นๆ และเห็นอยู่พรรคหนึ่งที่ทำสัญลักษณ์มือพลัส แต่หากใครเคยดูทีวีมาตั้งแต่เด็ก ก็จะรู้ว่าสัญลักษณ์นี้คล้ายกับอุลตร้าแมน และนัยสำคัญในการแปลงร่างของอุลตร้าแมนคือ มันอยู่ได้เพียง 3 นาทีเท่านั้น

ถึงอย่างนั้นเมื่อเปิดทีวีไปฟังบรรดานักวิเคราะห์การเมืองทั้งหลาย ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เขาล็อคผลมาแล้ว ว่านายกฯ ชื่อย่อว่า อ.อ่าง ณัฐวุฒิย้ำว่า ตนเองก็เห็นด้วยกับบรรดานักวิเคราะห์เหล่านั้น เพราะ อ.อ่าง คือ อาจารย์เชน

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการแข่งขันระหว่างการเมืองสามสี สามก๊ก คือ สีแดง สีส้ม และสีน้ำเงิน 

“แต่สามสีที่มีการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ เวลานี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ที่อยู่กันตรงนี้ คือ สีแดง ส่วนที่เป็นรัฐบาลอยู่ คือสีน้ำเงิน แต่อีกสี คือสีดา 

ก็ธนาธรบอกว่าที่ไปเซ็นต์ MOA เหมือนเป็นสีดาลุยไฟ ผมนี่ก็คนอ่านรามเกียรติ์เหมือนกัน ตอนสีดาลุยไฟคือตอนที่นางสีดาพิสูจน์ให้พระรามเห็น ว่าตนไม่ได้ตกเป็นของยักษ์ สีดาในวรรณคดี ไม่ได้เสียตัวให้กับทศกัณฐ์ แต่สีดาในปัจจุบันเสียรู้ให้กับอนุทิน”

ณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเคยเห็นมากับตาแล้ว เคยร่วมรัฐบาลกันอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ทำงานไม่เข้าขา มองตาก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ได้ปรับเอาอนุทินออกจากรัฐมนตรีมหาดไทย แต่สุดท้ายพรรคสีส้มก็กลับเอาไปใส่ไว้ในทำเนียบรัฐบาล

ณัฐวุฒิ เผยว่า พรรคสีส้มและสีน้ำเงินหักกันจนเกิดเหตุการณ์ยุบสภา ตนเองไม่ได้รู้สึกฟิน ที่ได้เห็นการหลอกกันกลางบ้านกลางเมือง เพราะความหมายของสถานการณ์นี้คือ ความเจ็บปวดบอบช้ำของพลังฝ่ายประชาธิปไตย 

“เราสู้กันมา 20 ปีไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คือการที่ฝ่ายประชาธิปไตยเอาอำนาจของประชาชนไปให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสียเฉยๆ 

ตอนทักษิณ ยิ่งลักษณ์เป็นนายก หากจะเอา อำนาจจากทักษิณ ยิ่งลักษณ์ คุณต้องปล้นเอา จะเอาอำนาจจากสมัคร จากสมชาย คุณต้องยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ต้องสั่งยุบพรรคการเมือง หากจะเอาอำนาจรัฐจากเศรษฐา จากแพทองธาร คุณต้องใช้นิติสงคราม แต่หากจะเอาอำนาจรัฐพรรคสีส้มคุณทำได้แค่ลูบหลังเบาๆ”

ณัฐวุฒิ ย้ำต่อว่า ที่ผ่านมาผู้คนก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคสีส้มถูกหักหลัง แต่ไปตกลงกับเขาเอง พอถูกหักหลังมาไม่มีที่พึ่ง ก็วิ่งหน้าตาตื่นไปบอกประชาชนขอโอกาสอีกที 

แต่จริงๆ แล้ว ณัฐวุฒิเห็นว่า นี่ไม่ใช่เพียงการหักหลัง แต่เป็นการหักหน้าด้วย เพราะหลังจากที่มีการยุบสภา อนุทินก็ไปออกรายการทีวี และเรียกพรรคส้มว่า ฝ่ายค้ำ

“พอเลือกตั้งครั้งนี้ ก็มีการประกาศชูธงเลย มีเราไม่มีเทา ประกาศไม่มีวันยกมือให้อนุทินเป็นนายกอีกต่อไป 

ผมฟังทีแรกก็นึกในใจ ก็แล้วแต่พระเดชพระคุณท่านเถอะครับ ผมไม่เกี่ยว แต่ไม่ใช่ครับ มาไล่บี้เพื่อไทยต้องไปด้วยกัน บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่า จะยกให้ใคร พูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าจะยกให้ใคร พวกผมมองหน้ากันเลิ่กลั่ก มึงต้มกันเองแล้วเกี่ยวอะไรกับกู

พี่น้องครับถ้าเล่นดัมมี่แล้วตีไพ่โง่ เจอเขาน็อค เวลาเสียค่าโง่เนี่ย คนตีไพ่ต้องจ่ายเองนะครับ ไม่ใช่มาบังคับให้คนอื่นเขาจ่าย”

ณัฐวุฒิ ชี้ถึงความย้อนแย้งด้วยว่า แม้พรรคสีส้มจะประกาศไม่ยกมือให้อนุทินอีก แต่ถ้าตัวเองมาเป็นอันดับหนึ่งถ้าว่าสามารถร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยได้ไหม คำตอบที่ได้คือ มาคุยกันก่อน นี่ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เข้าใจว่า ต้องลงแล้วเทาหรือไม่

“มาวางเกมไว้เองแบบนี้ แล้วมาชวนพรรคเพื่อไทยไปเล่นด้วย พรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วยหรอกครับ พรรคเพื่อไทยขอฟังเสียงประชาชน เพราะการฟังเสียงประชาชนคือเรื่องสง่างามที่สุดในวิถีประชาธิปไตย

หากประชาชนตัดสินใจอย่างไร เราก็จะเดินหน้าไปตามนั้น และเรายืนยันทุกคนทั้งพรรค ถ้าเพื่อไทยเป็นที่หนึ่ง เพื่อไทยจะเป็นการนำตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจะชื่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่ต้องสงสัย”

ณัฐวุฒิ ย้ำปิดท้ายว่า วันนี้ขอให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจให้ชัด เพราะไม่มีเวลาที่จะมาลองผิดลองถูกแล้วจะมาขอโอกาสกันใหม่ พรรคเพื่อไทยมายืนต่อหน้าท่านวันนี้เหมือนที่เคยยืนมาแล้ว 20 กว่าปี และพรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายวันนี้ก็จะทำให้สำเร็จเหมือนที่เคยทำมาแล้ว 20 กว่าปี

“ และพูดกันให้ชัดๆ ให้สบายใจกันไปเลย พรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ ตั้งโดยทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ ศรัทธาและเชื่อมั่นใน ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ คือ DNA ทางการเมืองสืบสานเจตนารมย์ของ ทักษิณ ไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาเป็นเพื่อไทย ภายใต้คะแนนเสียงของประชาชน”

.

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยเบอร์9 #เพื่อไทยทำได้ #คนไทยไร้จน #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้