‘รมช.ปิยะรัฐชย์’ เดินหน้านโยบายใหญ่ ปลูกกาแฟทดแทนข้าวโพด–ไร่เลื่อนลอย 443,700 ต้น ครอบคลุมกว่า 2,000 ไร่ ตั้งเป้าลดการเผาภาคเกษตรเป็นศูนย์ ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดโลก

น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงแนวคิดร่วมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกรที่มีการทำไร่ข้าวโพด หรือทำไร่หมุนเวียน ในพื้นที่สูง ปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกพืชวนเกษตร ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรประณีต อาทิ  การปลูกกาแฟ หรือพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาด ไปสู่การผลิตสินค้าที่เน้น คุณภาพ นวัตกรรม และการแปรรูป เพื่อสร้างรายได้ต่อหน่วยพื้นที่ที่สูงขึ้น ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 

.

โครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ หนุนเกษตรกรใช้พันธุ์กาแฟคุณภาพ ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดโลก  ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ในปัจจุบันภาคการผลิตกาแฟไทยเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญให้ความสำคัญในการยกระดับการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ที่มีคุณภาพที่ดีเหมาะสมกับพื้นที่ นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาระบบการแปรรูปและการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดกาแฟคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,000-1,500 เมตร มีความเหมาะสมกับการปลูกกาแฟอาราบิก้า และเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญที่สุดของไทย 

.

นอกจากนี่ได้มีการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงตลาด การสร้างเรื่องราว (Storytelling) ของกาแฟอัตลักษณ์เชียงราย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตผู้ประกอบการ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟได้มาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตกาแฟคุณภาพที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในตลาดโลกอย่างครบวงจร สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม การไม่บุกรุกพื้นที่ป่า การไม่เผาในทุกกรณี และการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก เพื่อให้กาแฟไทยเป็นที่ยอมรับระดับสากลและเกษตรกรสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

.

พร้อมกันนี้ น.ส.ปิยะรัฐชย์ได้มอบปัจจัยการผลิตต้นกาแฟแก่ผู้แทนเกษตรกร ดังนี้  ผู้แทนเกษตรกร 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 443,700 ต้น ผู้แทนเกษตรกรอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จำนวน 127,000 ต้น และปล่อยขบวนคาราวานกาแฟสู่เกษตร

#เพื่อไทย #ปิยะรัฐชย์ติยะไพรัช #กาแฟ #ลดเผา