เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย นำโดย นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ….
นางสาวขัตติยา ระบุถึง ข้อมูลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งชี้ว่า มีคนไทยถูกกระทำด้วยความรุนแรงเฉลี่ยวันละ 42 ราย และส่วนใหญ่เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ทั้งการทำร้ายร่างกาย การล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายจิตใจ โดยวันนี้ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเข้าสู่สภา
นางสาวขัตติยา กล่าวต่อด้วยว่า ในกฎหมายฉบับเดิมที่บังคับมาตั้งแต่ปี 2550 มีช่องว่างสำคัญคือ การนำแนวคิดเรื่องการรักษาสถาบันครอบครัวมาปะปนกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ซึ่งทำให้กฎหมายเดิมขาดความเด็ดขาด เนื่องจากเจ้าหน้าที่มักเน้นที่จะไกล่เกลี่ย ประนีประนอม กดดันให้ยอมความเพื่อรักษาสถาบันครอบครัวมากกว่าที่จะปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของเหยื่อที่ถูกกระทำ
โดยร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่นำเสนอเข้าสู่สภาวันนี้ มีการแก้ไขเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว โดยแยกเรื่องการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ออกจากคดีความรุนแรงอย่างชัดเจน และกำหนดให้ความผิดฐานนี้เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกระทำที่อยู่ในภาวะจำยอม ต้องเจรจายอมความทั้งที่ไม่เต็มใจอีกต่อไป
นางสาวขัตติยา ชี้ต่อไปว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่ยังปรับบทบาทของภาครัฐให้ทำงานในเชิงรุก ในการป้องกันเหตุก่อนที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือในเคหสถานได้ โดยไม่ต้องรอหมายศาล และสามารถออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวได้ใน 48 ชั่วโมง เช่น การห้ามเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ ห้ามก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา และจัดตั้งเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พักใหม่ และเงินชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป
นอกจากนี้ร่างกฎหมายฉบับใหม่ยังกำหนดให้มีการสร้างฐานข้อมูลกลาง ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ตำรวจ ศาล อัยการ สาธารณสุข มหาดไทย และ พม. เข้ามาร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาจากการไกล่เกลี่ยแบบเดิม มาสู่การแก้ไขและป้องกันความรุนแรงโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำผิดภายใต้การกำกับของศาล
อย่างไรก็ตาม นางสาวขัตติยา ชี้ถึงข้อกังวลในประเด็นการนิยามคำว่า ความรุนแรง แม้ว่าร่างกฎหมายที่เข้ามาสู่การพิจารณาในวันนี้ หลายฉบับจะกำหนดนิยามที่ครอบคลุมในหลายมิตินอกเหนือไปจากเรื่องความรุนแรงต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรุนแรงทางเศรษฐกิจ การขู่บังคับในรูปแบบต่างๆ แต่ในปัจจุบันรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจด้วยคำพูด การใช้อำนาจครอบงำ หรือการคุกคามผ่านการใช้เทคโนโลยี เช่น สะกดรอย หรือการติดตั้ง GPS มือถือหรือยานพาหนะ สิ่งเหล่านี้ควรถูกนับว่าเป็นความรุนแรงด้วยหรือไม่ โดยหวังว่า ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้นนำคำนิยามจากร่างกฎหมายต่างๆ ไปพิจารณาโดยถี่ถ้วนโดยคำนึงความครอบคลุมและการไม่เปิดช่องให้ตีความได้มากเกินไป จนนำไปสู่การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ส่วนประเด็นคำนิยามคำว่า บุคคลในครอบครัว นั้นได้สะท้อนถึงชีวิตจริงของผู้คนในสังคมแล้วหรือไม่ ร่างกฎหมายฉบับใหม่พยายามขยายขอบเขตให้ครอบคลุมอดีตคู่สมรส และคนที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกัน เนื่องจากในหลายกรณีแม้จะไม่มีความสัมพันธ์กันแล้ว แต่ยังพบว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง
#พรรคเพื่อไทย #ขัตติยาสวัสดิผล #ประชุมสภา #พรบความรุนแรงในครอบครัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
ร่วมมือ Infineon Technologies ยกระดับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
อ่านต่อ
‘ชาญชัย-ณัคนางค์-ณัฐวัชต์’ หนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
อ่านต่อ