‘มนพร-จักรภพ-รวี’ สส.เพื่อไทย ผนึกกำลังหนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ดันนิยามใหม่ ‘บุคคลในครอบครัว’ คุ้มครองความหลากหลาย พร้อมเพิ่มมิติป้องกัน ‘ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ’ พร้อมกำหนดกรอบเวลาช่วยเหยื่อภายใน 24-72 ชม.
วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย นำโดย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม, นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ และ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ซึ่งมีร่างกฎหมายเสนอเข้าสู่การพิจารณาพร้อมกันถึง 6 ฉบับ ทั้งจากคณะรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน สะท้อนถึงเอกฉันท์ของสังคมไทยในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง
.
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของร่างกฎหมายว่า อยู่ที่การกำหนดนิยามคำว่า “บุคคลในครอบครัว” ให้สอดรับกับโครงสร้างสังคมปัจจุบันที่มีความหลากหลายและซับซ้อน โดยไม่จำกัดเพียงแค่ผู้ที่มีสายเลือดเดียวกัน หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงคู่ชีวิต, บุคคลที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน, บุตรบุญธรรม, ผู้สูงอายุ, คนพิการ ตลอดจนบุคคลที่อ.าศัยอยู่ร่วมกันในลักษณะที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ซึ่งฝ่ายหนึ่งอาจถูกข่มขู่ บังคับ จำกัดเสรีภาพ หรือควบคุมทางการเงิน ทั้งนี้ ได้ฝากข้อคิดถึงชั้นกรรมาธิการวิสามัญให้กำหนดหลักเกณฑ์ในกฎหมายให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ และศาล ใช้ดุลพินิจตีความแตกต่างกัน จนส่งผลกระทบต่อการได้รับความคุ้มครองของประชาชน และต้องสร้างระบบช่วยเหลือที่เกิดขึ้นได้จริง มิใช่มีสิทธิ์อยู่เพียงแค่ในกระดาษ
.
ด้าน นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความภาคภูมิใจที่สภาฯ นำเรื่องแกนกลางของสังคมมาพิจารณา พร้อมชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องยึด “เหยื่อ” หรือผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีทางสู้และถูกกักขังอยู่ในปัญหาครอบครัว ขณะเดียวกันต้องดำรงเจตนารมณ์ในการประค้ำประคองบทบาทของครอบครัวให้เป็นสถาบันหลักในการซ่อมสร้างสังคม ไม่ให้กลายเป็นพื้นที่ของความหวาดระแวงหรือสงครามเย็น นอกจากนี้ นายจักรภพยังได้ระบุว่า ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เกิดเฉพาะกับเด็กหรือเยาวชน แต่ผู้สูงอายุก็มักตกเป็นเหยื่อของการเบียดเบียนทางจิตใจและทำให้รู้สึกเป็นภาระ พร้อมเสนอให้ความสำคัญกับขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายและการเร่งอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้มีความเข้าใจในมิติความเป็นมนุษย์และหลักสิทธิมนุษยชน มากกว่าการใช้กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือที่หยาบกร้าน
.
ขณะที่ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ชี้ให้เห็นถึงจุดสมดุลของการใช้กฎหมาย ระหว่างการลงโทษผู้กระทำกับการรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยได้เน้นย้ำ 2 ประเด็นสำคัญในร่างกฎหมาย ได้แก่ การรับรอง “ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ” เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา 5 เพื่อป้องกันการใช้อำนาจทางการเงินในการข่มขู่ จำกัดทรัพย์สิน หรือขัดขวางโอกาสในการศึกษาและการประกอบอาชีพของสมาชิกในครอบครัว และประเด็นการกำหนดกรอบเวลาการช่วยเหลือที่ชัดเจน เร่งด่วน โดยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายในเคหสถานได้ภายใน 24 ชั่วโมง (มาตรา 11(1)) และรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อส่งต่อทีมสหวิชาชีพวางแผนช่วยเหลืออย่างเป็นระบบภายใน 72 ชั่วโมง (มาตรา 12)
.
พรรคเพื่อไทยยืนยันความพร้อมในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้มีความรอบคอบ เท่าทันสถานการณ์ และปฏิบัติได้จริงในทางปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนให้ครอบครัวกลับมาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
.
#พรรคเพื่อไทย #มนพรเจริญศรี #จักรภพเพ็ญแข #รวีเล็กอุทัย #คุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว #ประชุมสภา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ศธ. ผนึก กมธ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลุยทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย สร้าง ‘โรงเรียนปลอดภัย’
อ่านต่อ
ร่วมมือ Infineon Technologies ยกระดับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
อ่านต่อ
‘ชาญชัย-ณัคนางค์-ณัฐวัชต์’ หนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
อ่านต่อ