‘โอชิษฐ์-ธัญธารีย์-ชูศักดิ์’ ดันกฎหมายคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว เพิ่มกลไกช่วยเหลือ-เยียวยา

วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สส.พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ซึ่งมีร่างกฎหมายเสนอเข้าสู่การพิจารณาพร้อมกันถึง 6 ฉบับ ทั้งจากคณะรัฐมนตรี พรรคการเมืองต่าง ๆ และภาคประชาชน สะท้อนถึงฉันทามติของสังคมไทยในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง

นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.ชัยภูมิ กล่าวว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อจำกัด 4 ประการ ได้แก่ 1. เน้นการประนีประนอม ทำให้เจ้าหน้าที่โน้มน้าวผู้เสียหายเข้าสู่การไกล่เกลี่ย ผู้เสียหายจึงถูกกระทำความรุนแรงซ้ำในครอบครัวอีก 2. นิยามของคำว่า ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ มีความหมายแคบเกินไป 3. กระบวนการคุ้มครองฉุกเฉินมีความล่าช้า และ 4. บทลงโทษเบาเกินไป ขาดมาตรการเชิงป้องกัน

ร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทย มุ่งแก้ปัญหาใน 6 ประเด็น ได้แก่

ขยายนิยาม ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ ให้มีความครอบคลุม

ยกเลิกหลักการไกล่เกลี่ยเป็นหลัก ปรับให้ความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการ

สร้างกลไกคุ้มครองฉุกเฉินให้รวดเร็วขึ้น โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ลดขั้นตอนคำสั่งศาล

เพิ่มโทษ พร้อมมาตรการบำบัดฟื้นฟูผู้ถูกกระทำควบคู่

จัดตั้งระบบส่งต่อช่วยเหลือแบบบูรณาการระหว่างตำรวจ สธ. พม. รวมทั้งมีผู้จัดการรายกรณี

เพิ่มการเยียวยา จัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ถูกกระทำ สนับสนุนค่ารักษาพยาบาลและที่พักฟื้นฟู

“ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องในครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องประชาชนทุกคน โดยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคประชาชน ต่างเสนอกฎหมายในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าเป็นวาระของสังคมไทยทุกคนที่ต้องร่วมกันแก้ไข” นพ.โอชิษฐ์กล่าว

ด้าน น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สส.อุบลราชธานี กล่าวว่า ร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยจะช่วยแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้ 4 เรื่อง คือ

กำหนดให้การกระทำความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่สามารถยอมความได้ เดิมสามารถยอมความได้ ทำให้ผู้กระทำความผิดไม่กลัวต่อการถูกลงโทษ รวมทั้งในหลายกรณีผู้ถูกกระทำไม่กล้าดำเนินคดีเพราะเป็นคนในครอบครัว

คุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รับการรักษาทางการแพทย์ เป็นการมุ่งช่วยเหลือเยียวยาให้รับการรักษาจากผลกระทบของความรุนแรงที่ได้รับ

กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที และสามารถออกคำสั่งบรรเทาทุกข์เพื่อใช้บังคับผู้กระทำความรุนแรงเป็นการชั่วคราว เช่น ห้ามกระทำความรุนแรงซ้ำ ห้ามดื่มสุรา ห้ามเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ เป็นต้น

กำหนดบทบัญญัติการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พม. มท. สธ. ตร. ศาล และอัยการ ทำงานร่วมกันตามที่กฎหมายกำหนด

“ความรุนแรงในครอบครัวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะทุกวันนี้มีผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวจำนวนมาก หลายรายไม่สามารถนำพาความรุนแรงที่เผชิญได้ ภาครัฐต้องช่วยเหลือ และต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมและชัดเจน” น.ส.ธัญธารีย์กล่าว

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การขยายนิยามความรุนแรงในครอบครัวให้กว้างมากขึ้น เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และมีความรุนแรงหลายประเภท ต่อมาคือการขยายคำว่า ‘บุคคลในครอบครัว’ ซึ่งไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรส หรือเป็นสามีภรรยากัน รวมถึงบุคคลที่พึ่งพาอาศัยในครอบครัว ต่อมาคือการกำหนดวิธีการบรรเทาทุกข์ ปรับปรุงบทบัญญัติการดำเนินคดี ทั้งหมดที่กล่าวเป็นการขยายขอบเขตดูแลกระบวนการคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้ครอบคลุมมากขึ้น

#เพื่อไทย #โอชิษฐ์เกียรติก้องชูชัย #ธัญธารีย์สันตพันธุ์ #ชูศักดิ์ศิรินิล #ความรุนแรงในครอบครัว #ประชุมสภา