‘ศ.ดร.ยศชนัน’ ชูนโยบายยกเครื่องประเทศไทย ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับรากฐานสู่ประเทศรายได้สูง แก้หนี้ทั้งระบบ ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย ปรับโครงสร้างพื้นฐาน สร้างการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ ยันพร้อมเป็นนายกฯ ของคนไทย

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน มีการจัดเวทีสาธารณะ ประชันนโยบาย วิสัยทัศน์ THE REAL POLITICS “ทางแพร่งประเทศไทย” ในช่วงเวทีที่ 3 ประเทศไทยภายใต้นายกชื่อ … โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ ว่า สิ่งที่เราคิดนโยบาย เราพยายามตั้งเป้าหมายว่าประเทศไทยจะต้องวางรากฐานสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักการคือทำอย่างไรคนไทยถึงจะรวย และทำอย่างไรให้คนไทยรวยขึ้นอย่างยั่งยืน คือ 2 คำที่เราทำมาคิดนโยบาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออธิปไตยทางความคิด อธิปไตยทางปัญญา และสิ่งที่เราจะสามารถคิดค้นใหม่ได้เอง ซึ่งสิ่งนี้เองสามารถอธิบายว่าเมื่อไหร่ที่คนนักคิดกับนักปฏิบัติมาอยู่ร่วมกัน สิ่งนี้ถึงจะเกิดขึ้นได้ เพราะเรามีเรื่องความคิด มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น และหากจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ได้ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและประเทศไทยขาดสิ่งนี้ไป สิ่งแรกคือถ้าเราทำเกี่ยวกับงานวิจัยและนวัตกรรมเกิดขึ้นมาสิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นได้เรื่อยๆ คือกลไกทางเศรษฐกิจ หากบริษัทหนึ่งทำธุรกิจและเกิดกำไร บริษัทก็สามารถทำต่อได้เรื่อยๆ Google Facebook Huawei ถามว่าทำไมวันนี้สามารถที่จะลงทุนในงานวิจัยได้ขนาดนี้เนื่องจากการลงทุนแล้วได้กำไร เมื่อได้กำไรก็สามารถลงทุนได้ต่อเนื่องได้

สังเกตได้ว่าเราต้องมีนโยบายให้นักคิดเจอกับนักปฏิบัติ สิ่งต่อมาคือจะทำให้เกิดของ innovation หรือ product ใหม่ๆ กิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น และทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้แปลงเป็นรายได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น ประเทศไทยเราสามารถมองได้มากกว่า GDP หรือหากมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น แน่นอนว่าสิ่งอื่นๆ ย่อมตามมา เช่น สุขภาพที่ดีขึ้น เครื่องมือแพทย์ การศึกษาที่ดี การสื่อสารมีประสิทธิภาพ และมีผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการนำวิทยาการใหม่ๆ เข้าสู่ประเทศไทย

กลไกหน้าที่ของรัฐคือ การถ่วงดุลและกำไรทางเศรษฐกิจไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป เป็นอีกหนึ่งหลักคิดที่รัฐบาลจะต้องกำกับดูแล โดย 3 ยุทธศาสตร์การเติบโตสำหรับโลกยุคใหม่ คือ 1 ส่งเสริมนวัตกรรม 2 การแข่งขันอย่างสมส่วน 3 หากจะอุ้ม อย่าไปอุ้มที่ธุรกิจ แต่อุ้มที่คนที่ล้มลง up skill reskill ให้กลับมาสู่วงล้อเศรษฐกิจที่มีรายได้สูงขึ้นได้ และนี่คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้เรามีความร่ำรวยได้อย่างยั่งยืน

สิ่งที่ 2 แน่นอนว่าเราใช้นโยบายยกเครื่องประเทศไทย และพรรคเพื่อไทยทำได้ เพราะปัญหาเศรษฐกิจมีมากมายหลายอย่างเรา ที่ประสบกับเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน คือการที่เราต้องแก้ไขปัญหาทุกอย่างอย่างเป็นระบบและสิ้นเชิง และคนที่ทำได้คือคนที่มีประสบการณ์ เราจึงมองว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลง แน่นอนทุกคนบอกว่าเราหมดหวังหรือยัง ที่จะก้าวไปข้างหน้า แต่วันนี้เราจะยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ถ้าวันนี้เรามองจาก GDP ไม่ใช่หมายถึงเงินอย่างเดียวหรือความร่ำรวยของประเทศ แต่หมายถึงความสุขของพี่น้องประชาชน เนื่องจากวิวัฒนาการใหม่ๆ จะนำมาสู่ความสุขในหลากหลายมิติและหลากหลายรูปแบบ พรรคเพื่อไทยเกิดมากับพี่น้องประชาชน เกษตรกร sme ดังนั้นการขยับพีระมิดทั้งหมดต้องขยับ ตั้งแต่รากฐาน ถ้าคนยังเป็นหนี้ ก็ไม่สามารถจะเดินไปข้างหน้าได้ การแก้หนี้ทั้งระบบก็เป็นสิ่งที่เรานำเสนอมาตลอด

เรามีความจำเป็นที่ให้เครื่องจักรอุตสาหกรรมเพิ่มเกี่ยวกับ productivity เนื่องจากปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราไม่สามารถที่จะเพิ่มประชากร สิ่งที่ต้องทำคือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาในสู่รูปแบบเพื่อให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงภาคบริการ เช่น การขยายโอกาสที่สามารถทำได้หลายรูปแบบ การขยายโอกาสสู่เมืองรอง เราสามารถทำให้เมืองเล็กๆ เป็นเมืองใหญ่ได้ สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำ คือ เราไม่ได้เก่งไปหมดทุกอย่าง แต่หากมีงานวิจัยที่ดีสามารถนำมาใช้ได้เลย พรรคการเมืองไม่สามารถไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ทั้งหมดแต่เราจำเป็นต้องสร้างความหวังและสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ขณะเดียวกันจะดีกว่าไหมหากวันนี้หน่วยงานเอกชนภาครัฐมีโครงการดีๆ อยู่แล้ว และสามารถพร้อมทำได้เลย

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งต่างๆ นำปรากฏการณ์ Event ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย สามารถทำให้พื้นที่ห่างไกลที่มีความสวยงามได้มีคนรู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะการทำนุบำรุงอุทยานแห่งชาติต่างๆ วัฒนธรรมต่างๆ เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติม คือ สนามบินที่ต้องทำเพิ่ม เช่น สนามบินอันดามันเชื่อมโยงกับสนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ ที่อยู่ย่านล้านนาลำพูนที่ต้องเชื่อมต่อกัน สนามบินใหม่ในโซนภาคกลาง เป็นต้น

นอกจากนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้า เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว และทำอย่างไรให้คนกลับมาใช้บริการรถไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าไม่ติด แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยมีแนวทางที่จะดึงสัญญาต่างๆ มาพูดคุยกันใหม่ ซึ่งจะกระเทือนต่องบของภาครัฐน้อยที่สุด รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเราทำมาแล้ว และพร้อมทำทันที

ส่วนเส้นทางรถเมล์ที่ทับซ้อนกับเส้นทางรถไฟฟ้า เราอาจปรับเปลี่ยนเส้นทางรถเมล์เพิ่มเติมได้ โดยเราได้ทำงานวิจัยร่วมกับทางลาดกระบังไว้แล้ว นอกจากนี้เมื่อเข้ามาในกรุงเทพฯ เราสามารถขยายฐาน สนับสนุนทั้งรถไฟฟ้ารางคู่และรถไฟความเร็วสูงได้อีก

ด้านการท่องเที่ยว เรามีแนวนโยบายสนับสนุนให้คนไทยในต่างแดน ที่เป็นตัวแทนของประเทศ เปิดร้าน Supermarket ยิมมวยไทยต่างๆ ร้านอาหาร ทำให้เราส่งสินค้าได้มากขึ้น และดูแลคนไทยอย่างทั่วถึง จึงเกิดนโยบายสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างแดนขึ้น

ไฮไลต์ที่ผมอธิบายตั้งแต่ต้น คือ เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เป้าหมายประเทศไทยวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เศรษฐกิจใหม่อิงเศรษฐกิจเดิม อาทิ เกษตรกรรม การบริการ ภาคอุตสาหกรรม ปรับให้เป็นมูลค่าสูง ปรับจากฐานและจุดเด่นที่ประเทศไทยมี ตัวอย่างเช่น คนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก หากจะมาหาหมอ หมอที่นี่คือดีที่สุด เราต้องขยายผลไปในส่วนอื่นๆ เช่น ธุรกิจ wellness tourism การบริการทางการแพทย์ที่ดีๆ ขณะเดียวกันก็สามารถท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ด้วย

เม็ดเงินต้องฉีดให้ตรงจุด การทำบางอย่างให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย แต่สิ่งสำคัญให้เกิดนวัตกรรม ต้องมีการลงทุน เอาเงินให้รากหญ้า หรือ Start Up SME ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินต่างๆ ได้ ก่อนแหล่งเงินขนาดใหญ่หรือธนาคาร แน่นอนว่าเราจะเกิด innovation และเทคโนโลยีไม่ได้ หากเราไม่มีมาตรฐานรองรับ หากรัฐบาลลงทุนจะใช้เงินไม่ได้เยอะมากนักกับห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ทำให้เกิดเครื่องมือแพทย์สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องทำการทดลองทางคลินิก สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มมูลค่ามหาศาลและเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ได้

นอกจากภัยคุกคามด้านความมั่นคง วันนี้เรายังเผชิญกับภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี หากเกิด AI ใหม่ พลังงาน Fusion การใช้หุ่นยนต์แทนคน การสื่อสารยุค 6G เทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไรบ้าง และเราจำเป็นต้องเป็น supply chain เกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด หรือมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในบางจุดที่จะเป็นพื้นฐานของวิศวกรรมในอนาคต

บทบาทภาครัฐที่สำคัญคือ มิติความมั่นคงและดูแลเรื่องอธิปไตยเป็นหลัก และนี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สร้างรากฐานองค์ความรู้ทั้งระบบ และผู้ที่จะได้รับประโยชน์ คือ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐทำเกี่ยวกับ corruption tracking  เพื่อเชื่อมโยงไปกับหน่วยงานต่างประเทศ ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ในการรวบรวมข้อมูล

โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องทำ เช่น การศึกษา ต้องเชื่อมโยงกับการวิจัยและเชื่อมโยงกับอินโนเวชั่นขนาดใหม่ สนับสนุนการศึกษาทั้งปริญญาโทและปริญญาเอก และสายอาชีวะ จนถึงโรงเรียน ทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดการสมดุลระหว่างการศึกษา งานวิจัย และสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่จำเป็นต้องทำ คือ กิจกรรมต่างๆ รวมทั้งระบบนิเวศนวัตกรรม พัฒนาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองแห่งโอกาส ไม่ว่าอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็มีความเท่าเทียมกัน และทำเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI ไม่ว่าจะเจ็บป่วยที่ไหนคุณหมอสามารถที่จะดูได้ว่าเรามีประวัติการรักษาแบบไหน และนี่คือการดูแลวิถีชีวิตของคนไทยให้เข้าถึงความสมดุลทางด้านสุขภาพ และโครงการไร้จน ที่หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยรัฐบาลจะดูแลอย่างใกล้ชิด การทำให้ประเทศร่ำรวยเราต้องไม่ทิ้งใคร

อีกหนึ่งความสำคัญ คือ การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ปิง วัง ยม น่าน การกัดเซาะชายฝั่ง น้ำท่วม การฟื้นฟูทะเลไทย เรื่องน้ำทะเลหนุนสูง เรื่องการประมงไทย ในการใช้เทคโนโลยีฝาแฝด ที่ต้องดูตั้งแต่บนบก มองจากสภาพอากาศ จาก AI ดาวเทียม ซึ่งรัฐบาลดิจิทัลจะสามารถดูแลทั้งระบบได้

สุดท้ายนี้ เราจะพูดถึงวันนี้ คือ คนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด 2 เรื่องของเศรษฐกิจที่เราจะดูแลตั้งแต่คนรากหญ้าจนถึงที่อยากไปข้างหน้าให้ได้ และ 3 กระบวนบริหารจัดการข้อมูลของภาครัฐต้องผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมและต้องทำเชิงโครงสร้างทั้งหมด จึงมีความจำเป็นที่วันนี้ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงขนาดเล็กไม่ได้แล้ว สิ่งที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนคือ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เราจึงใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย และต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน

จากนั้นเข้าสู่ช่วงถาม โดยพิธีกรถามว่า พร้อมจะทำงานกับสีไหน หรือพรรคใด ศ.ดร.ยศชนันตอบว่า พรรคเพื่อไทยทำงานได้ทุกฝ่าย หากเราตั้งเป้าว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น จะต้องมีนโยบาย ตั้งแต่บทกฎหมาย เพื่อเอื้อสอดรับได้ สุดท้ายคือการช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า เกษตรกร ฉะนั้นเท่าที่ผมดูจากทุกพรรคก็มีแนวนโยบายนี้ แต่ความเร่งด่วนให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะดูว่าพรรคไหนที่ให้ความเร่งด่วนเหมือนพรรคเพื่อไทย เพราะเราคุยกับประชาชนไว้ว่าเราจะทำเรื่องนี้ ซึ่งเราตั้งเป้าที่จะเป็นคนที่ชวนพรรคต่างๆ เข้ามาร่วม

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมักจะมีอุบัติเหตุทางการเมือง จะมีวิธีการป้องกันอย่างไร ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่คิดว่าวิสัยทัศน์และความจริงใจที่สื่อสารต่อประชาชนและทุกครั้งที่จะพูดคือ พูดไปในเรื่องไปข้างหน้า ให้ประชาชนเห็นว่าสิ่งที่เราต้องทำ คือ ทำตามขั้นตอน เป็น Step รวมทั้งกฎหมายแม่บทของเราด้วย หากไม่ได้เปิดช่อง คิดว่าอีกหน่อยประเทศไทยจะดีขึ้นกว่านี้

เมื่อขอให้ศ.ดร.ยศชนันฝากคำถามถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยศ.ดร.ยศชนันบอกว่า เรื่องอธิปไตยเราพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตยไม่มีฝักไม่มีฝ่ายและขอให้กำลังใจ

“ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ ผมเรียกว่า แยกแห่งความหวัง ประเทศไทยยังมีความหวังอยู่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เรายกเครื่องเพื่อไทย เพื่อให้เป็นพรรคที่จะสื่อสารได้อย่างชัดเจน ตอนนี้เราพยายามเพิ่มเติมเข้ามาในการยกเครื่องประเทศไทย และแน่นอนว่าครั้งนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควร ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะสามารถทำได้สำเร็จ หากเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน นอกจากพรรคการเมืองจะมีทั้งภาคเอกชนต่างๆ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม เราพยายามลงไปหาเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในการสื่อสารนโยบายและพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเหล่านี้ และมาช่วยกันคิด และพยายามผสมผสานความคิดและนโยบายที่ดีของทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้”

.

#พรรคเพื่อไทย #คนไทยไร้จน #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้