“พิชัย” ชี้ ส่งออกปี 68 ทั้งปีโตถึง 12.93% ตามที่บอกไว้แล้ว สวนทางกับฝ่ายค้าน นักวิชาการและสื่อที่สบประมาท  เผย สาเหตุมาจาก ความเชื่อมั่นจาก FTA ไทย-EFTA ที่เสร็จต้นปี 68 และการลงทุนปี 67-68 ที่พุ่งสูง แนะ รักษาระดับการส่งออกการลงทุน และสานต่อ 11 เรื่องพาณิชย์เดิมที่รัฐบาลเดิมทำไว้ 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกในเดือนธันวาคมกลับมาขยายตัวสูงถึง 16.8% หลังจากส่งออกเดือน ตุลาคม และ เดือนพฤศจิกายนขยายได้เพียง 5.7% และ 7.1% ทำให้การส่งออกปี 2568 ทั้งปี ขยายได้ถึง 12.93% ตามที่ตนได้บอกไว้แล้วตั้งแต่กลางปีว่า การส่งออกปี 68 นี้ จะขยายเกินกว่า 2 หลัก แต่ ฝ่ายค้านขณะนั้น นักวิชาการและสื่อต่างไม่เชื่อและพยายามดิสเครดิต ขนาดอธิบดีที่รับผิดชอบยังโทรมาเล่าว่าตอนผมบอกว่าการส่งออกปี 68 จะขยายเกิน 2 หลัก มีแต่คนหัวเราะและสบประมาท  โดยอ้างว่าที่ส่งออกขยายมากเป็นเพราะเร่งส่งออกเพื่อหนีภาษีทรัมป์ และ จะติดลบในช่วงครึ่งปีหลัง  ซึ่งปรากฏชัดแล้วว่าไม่เป็นความจริง ขนาดการเจรจาภาษีทรัมป์จบแล้วในต้นเดือนสิงหาคม การส่งออกเดือนกันยายนยังขยายได้ถึง 19% และ การส่งออกยังขยายตัวได้ตลอดจนถึงสิ้นปี 68 และ เมื่อ รมว. พาณิชย์คนใหม่เข้าทำงานยังประกาศว่าการส่งออก 68 จะขยายได้เพียง 6-7% ตนเองยังได้ออกมาท้วงและแย้งว่าเป็นไปไม่ได้เพราะการส่งออกปี 68 ต้องโตมากกว่านั้นมาก 

สาเหตุที่การส่งออกขยายตัวมาก ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นกับประเทศไทยหลังจากที่ไทยเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับ กลุ่มประเทศ EFTA ที่ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ลิคเตนสไตน์ และ ไอซ์แลนด์ และเป็น FTA ฉบับแรกของไทยในทวีปยุโรป ที่เสร็จเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 67 และ เซ็นสัญญาแล้วในวันที่ 23 มกราคม 68  ปีที่แล้วทำให้การค้าและการลงทุนขยายตัวอย่างมาก เหมือนกับประเทศไทยได้กลับไปอยู่ในแผนที่โลกอีกครั้ง  เนื่องจากไทยว่างเว้นและไม่สามารถเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศระดับนี้มาเป็นสิบปีแล้ว และนานาชาติต่างคาดหวังว่าไทยน่าจะสามารถเจรจา FTA กับ สหภาพยุโรป  (EU)ให้เสร็จในเร็ววัน และจะเจรจา FTA สำเร็จกับอีกหลายๆประเทศ ซึ่งตนก็ได้มีการเจรจากับ นาย Maros Sejkovic,  EU Commissioner on Trade และกำหนดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี 68 แต่เสียดายที่มีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลเสียก่อน 

ความสำเร็จของการเจรจา FTA กับ EFTA ทำให้การส่งออกไปในประเทศกลุ่ม EFTA ในปี 68 ขยายตัวได้ถึง 78.66% และทำให้มีการขอส่งเสริมการลงทุนใน 9 เดือนแรกพุ่งถึง 1.37 ล้านล้านบาท มากกว่าปี 67 ทั้งปีที่มียอดการขอส่งเสริมและลงทุนจริงถึง 1.14 ล้านล้านบาท อีกทั้งการส่งออกปี 68 ที่ขยายตัว 12.93% ก็ขยายตัวต่อเนื่องจากการส่งออกปี 67 ที่ขยายได้ 5.4%  ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งการส่งออกและการลงทุน และจะเป็นทิศทางที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นกลับมาได้ โดยสาเหตุที่ประเทศเวียดนามจะมีจีดีพีแซงไทยในปีนี้ ก็เพราะการส่งออกและการลงทุนของเวียดนามขยายตัวมากกว่าไทยมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ อีกทั้งปัจจุบันเวียดนามมี FTA แล้วกับกว่า 60 ประเทศ 

.

#พรรคเพื่อไทย #คนไทยไร้จน #เพื่อไทยเบอร์9 #พิชัยนริพทะพันธุ์

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้