‘ยศชนัน’ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 บนเวทีใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูความฝันไทยรายได้สูง–อธิปไตยเทคโนโลยี–รัฐดิจิทัลไร้คอร์รัปชัน ขอประชาชน 8 ก.พ. เปิดแยกแห่งความหวัง
6 ก.พ. 2569 ที่สนามเทพหัสดิน สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพฯ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย พร้อมขอโอกาสจากประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อ “เปิดแยกแห่งความหวัง” และเปลี่ยนความฝันของคนไทยให้เป็นความจริง
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวเปิดเวทีด้วยการตั้งคำถามต่อความฝันของประเทศว่า “หลายคนอาจคิด แต่ไม่กล้าฝัน” กับหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรมีรายได้สูง ประเทศไทยไร้คอร์รัปชัน คนไทยมีคุณภาพชีวิตดีที่สุด อากาศสะอาดปลอดภัยสำหรับลูกหลาน เด็กไทยได้เรียนสิ่งที่ดีที่สุด ครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร มีรายได้เพียงพอ และกลับมาเป็นอาชีพในฝันของเด็กอีกครั้ง รวมถึงการมีเทคโนโลยีของตนเอง ยืนบนลำแข้งอย่างมีศักดิ์ศรีในยุคสงครามเทคโนโลยี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
เขาย้ำว่า หากคนไทยร่วมมือกัน “ทุกอย่างเป็นไปได้” และประกาศความพร้อมเป็นผู้นำรัฐบาลที่จะแปลงความหวังให้เป็นผลลัพธ์จริง
“ทุกคนครับ เพราะผมเชื่อเสมอว่า สำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปได้ครับ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวังของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริงครับ”
ศ.ดร.ยศชนัน เล่าย้อนถึงปี 2551 ที่เริ่มต้นต่อสู้เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ จากคำถามว่าทำไมไทยไม่มีเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์ของตนเอง เหตุใดคนพิการจึงไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม พร้อมยืนยันว่าเมื่อได้รับการสนับสนุนที่ดี “คนไทยทำได้ และไม่แพ้ใคร”
เขาย้ำว่า ในปี 2557 ได้ก้าวสู่เส้นทางการเมืองด้วยความตั้งใจสานต่อสิ่งดีๆ จากฝีมือคนไทย แต่ปัญหาที่พบมีมากกว่าที่คิด
“ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเขา คนไทย 3.4 ล้านคน ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมือง และนอกเมืองอย่างชัดเจน ผมเห็นหลายครอบครัวล้มลงจากปัญหายาเสพติด
ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ผมจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วครับว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากปราศจากหัวใจ
หากปราศจากความเข้าใจ ในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
และหากผมได้รับโอกาสอีกครั้ง ผมพูดกับตัวเองเสมอว่า ผมพร้อมที่จะทำอีกครั้งด้วยความเข้าใจ
ในหัวใจของประชาชนครับ”
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในปี 2568 เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง และยืนยันว่าจะทำงานด้วยความเข้าใจ “หัวใจของประชาชน” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกคน
เขาระบุถึงความหวังของเกษตรกรที่ต้องการราคาผลผลิตดี มีกำไร ไม่ล้มจากน้ำท่วม–น้ำแล้ง ความหวังของผู้ค้าขายที่รอกำลังซื้อและนักท่องเที่ยวกลับมา ความหวังของ SME และสตาร์ทอัพที่ต้องแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศ คนทำประมง ครู ข้าราชการ และประชาชนที่ต้องการเข้าถึงการรักษาพยาบาลแม้อยู่พื้นที่ห่างไกล ต้องการระบบคมนาคมปลอดภัย ราคายุติธรรม น้ำประปาสะอาด ไฟฟ้าทั่วถึง ลูกหลานปลอดภัยจากยาเสพติด และการดูแลจากรัฐในวันที่ล้มลง
เขาเล่าถึงการลงพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคราบน้ำตา ทั้งผู้ที่เคยรอดชีวิตจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค คุณยายที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปรามยาเสพติด และประชาชนที่ยังยืนเคียงข้างกัน พร้อมย้ำว่าจะใช้ 4 ปีข้างหน้าเพื่อมอบ วันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย
“ทุกๆวัน ในทุกเวทีแห่งความหวัง ทั่วประเทศไทย การเดินทางผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย
สายตาที่มาด้วยความห่วงใย มาเพื่อประคับประคอง เพราะเขาเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจ จากคุณยายที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปรามยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย
น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกัน ของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่า
เขายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ
สายตาที่มาเพื่อในกำลังใจ ในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ ให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมไม่รู้ว่า ผมจะอยู่บนโลกใบนี้ ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบ ให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย และผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”
ศ.ดร.ยศชนัน ประกาศแนวทางหลักในการยกเครื่องประเทศ ได้แก่ การดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ประเทศ ขยายฐานเกษตร อุตสาหกรรมสะอาด และบริการมูลค่าสูง ผ่านเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงิน วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ บริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ สร้างรัฐบาลดิจิทัลไร้คอร์รัปชัน ใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลดูแลประชาชนอย่างเป็นธรรม พร้อมยืนยันการดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ช่วงท้าย เขากล่าวว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์คือจุดเปิด “แยกแห่งความหวัง” และขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลคนไทยอีกครั้ง พร้อมประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 เพื่อสร้าง ประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ และเปลี่ยนความหวังของประชาชนให้เป็นความจริง
“ทุกคนครับ แยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วครับ วันที่ 8 กุมภา นี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทย
ดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้งได้ไหมครับ ผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝัน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริงครับ”
#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์
ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง