‘อ.ลิ้งค์’ หนุนรัฐบาลเปลี่ยนผ่านเกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมสินค้า GI เร่งเสริมปุ๋ยสูตร 70:30 ชูเกษตรแม่นยํา หยุดวงจร ‘ปลูกตามดวง’
วันที่ 9 เมษายน 2569 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นายชนะวุธ อุทโท (อ.ลิ้งค์) สส.กาฬสินธุ์ อภิปรายสนับสนุนและเสนอแนะนโยบายด้านการเกษตร ว่า วันนี้ตนขอใช้เวลาอภิปรายเพื่อสะท้อนเสียงความเจ็บปวดของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ และพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ
นายชนะวุธ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่ารัฐบาลจะ “พูดแล้วทํา” เพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรมูลค่าสูง กระผมจึงขอหารือใน 3 ประเด็นวิกฤตที่พี่น้องกําลัง “จะหมดลมหายใจ” ดังนี้
ประเด็นแรก วิกฤตราคาปุ๋ย “กําไรที่หายไปในช่องแคบฮอมุส” วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ไม่เพียงแต่ต้องแบกรับราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ยังต้องแบกรับปัญหาแฝงต่างๆ และเรื่องปุ๋ยเป็นหนึ่งในนั้นครับ วิกฤตดังกล่าวทําให้เส้นทางขนส่งปุ๋ยยูเรียผ่านช่องแคบฮอมุสมีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรกาฬสินธุ์กว่า 168,341 ครัวเรือน ต้องแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงอย่างน่าตกใจ
“จากเดิมปุ๋ยกระสอบละ 800-1,050 บาท วันนี้พุ่งไปถึง 1,200–1,800 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 60- 70% แม้รัฐบาลจะเคยยืนยันสต็อกถึงสิงหาคม แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณอาจเพียงพอถึงแค่ เดือนเมษายน 2569 นี้เท่านั้น มิหนำซ้ำในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถหาซื้อปุ๋ยได้แล้ว” นายชนะวุธกล่าว
นายชนะวุธ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้เกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จึงขอหารือมาตรการเชิงรุกในการประสานงานกระจายปุ๋ยให้ทั่วถึง และการเร่งส่งเสริมปุ๋ยสูตร 70:30 (ปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพ) เพื่อลดการพึ่งพาการนําเข้าและสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุนตามที่รัฐบาลแถลงไว้ รวมถึงอยากหารือให้กระทรวงพาณิชย์รายงานปริมาณปุ๋ยตามจริง และจัดหาปุ๋ยดังกล่าวให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร็ว
ประเด็นที่สอง “ไข้ประจําฤดู 3 ด้าน” วงจรหนี้สินที่ไม่มีวันจบ นอกจากวิกฤตเฉพาะหน้า พี่น้องเกษตรกรยังต้องเผชิญปัญหาเรื้อรัง 3 ประการที่เปรียบเสมือนฝันร้ายที่วนเวียนมาทุกปี 1.น้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอทําให้เกษตรกรต้องวัดดวงกับฟ้าฝนทุกปี
2. ภัยธรรมชาติที่รุนแรง เช่น พายุบัวลอยที่กวาดเอาผลผลิตและหยาดเหงื่อของชาวบ้านไปในชั่ว
ข้ามคืน และ 3. ปัญหาสินค้าล้นตลาด ภาพที่เจ็บปวดที่สุดคือ เมื่อพี่น้องขาดข้อมูลพยากรณ์ตลาด ทุกคนจะแห่ปลูกพืชชนิดเดียวกันตามราคาสินค้าปีที่แล้ว แต่พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ผลผลิตกลับล้นตลาดจนราคาดิ่งเหว อํานาจต่อรองหายไป พ่อค้ากดราคาจนไม่คุ้มค่าแรง สุดท้ายผลผลิตต้องเน่าเสียคาทุ่งและทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เกษตรกร
“ในอำเภอกุฉินารายณ์ ปีที่ผ่านมาพักทองขายได้ราคาดี มีบริษัทมาตั้งรับ แต่พอในปีนี้เกษตรกรพากันปลูก ทำให้ล้นตลาดหลายร้อยตัน ราคาหน้าสวนตกกิโลกรัมละ 3-5 บาทเท่านั้น บางทีก็โดนพ่อค้ากดราคา ขายก็ไม่คุ้มทุน บางรายปล่อยเน่าไว้กลางสวน เพราะน้ำมันแพง ไม่คุ้มค่าที่จะเก็บผลผลิตไปขาย”นายชนะวุธกล่าว
นายชนะวุธ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะขับเคลื่อน “เกษตรแม่นยํา” โดยใช้ AI และ Big Data พยากรณ์อากาศและตลาดล่วงหน้า ให้ถึงมือเกษตรกรได้อย่างไร เพื่อหยุดวงจร “ปลูกตามดวง” และลดปัญหาสินค้าล้นตลาดตั้งแต่ต้นทางตามเป้าหมายของรัฐบาล โดยอยากเสนอให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกเผยแพร่ผ่านหน่วยงานอย่างเกษตรจังหวัด และต้องเผยแพร่เชิงรุก ต้องเดินไปหาพี่น้องเกษตรกร เพราะพี่น้องเกษตรกรไม่มีเวลาที่จะมาดู หรือเดินทางมาถามที่หน่วยงานราชการราชการ จําเป็นที่จะต้องนําข้อมูลเหล่านี้ไปให้ถึงมือประชาชนและพี่น้องเกษตรกร ผ่านการสื่อสารที่ง่ายต่อการเข้าใจและทําตามได้
ประเด็นที่สาม การผลักดันเกษตร GI และการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี ตนขอสนับสนุนนโยบาย “ตลาดนํา นวัตกรรมเสริม” ของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะเกษตร GI จะช่วยสร้างอัตลักษณ์และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มีสินค้า GI ถึง 4 ชนิด ได้แก่ ผ้าไหมแพรวา พุทรานมบ้านโพน กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ และโดยเฉพาะข้าวเหนียวเขาวง
“ข้าวเหนียวเขาวง เหนียวนุ่มไม่ติดมือ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่กำลังจะตายออกไปจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะพี่น้องเกษตรกรปลูกแล้วไม่คุ้มทุน ก็ไม่มีใครเก็บรักษาพันธุ์ข้าวนี้ไว้ ทั้งๆที่เป็นพันธุ์ข้าวที่ทรงคุณค่า ที่เราเห็นขายข้าวปักป้ายชื่อข้าวเหนียวเขาวง ส่วนใหญ่เป็นของปลอม แค่คนอำเภอเขาวงก็หากินไม่ได้แล้ว อยากจะให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการแก้ไข” นายชนะวุธกล่าว
นายชนะวุธ กล่าวปิดท้ายว่า ฝากไปถึงรัฐมนตรี ช่วยอํานวยความสะดวกและประสานงาน เพื่อให้เกษตรกรในเขต GI ของกาฬสินธุ์ สามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี กข.6 ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และช่วยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ให้สินค้า GI มีคุณค่าที่สูงขึ้น ตนเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ท่านและทีมงานกระทรวงเกษตรฯ จะผลักดันนโยบายดี ๆ เหล่านี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในเขต GI มีรายได้ที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรีมากขึ้น
#เพื่อไทย #ชนะวุธอุทโท #เกษตร #ข้าวเหนียวเขาวง
บทความที่เกี่ยวข้อง