‘นรเสฏฐ์-ฐิติมา-เทียบจุฑา’ หนุน พ.ร.บ.แพทย์แผนไทย ชูสมุนไพรไทยสู่เวทีโลก พร้อมเสนอเพิ่มบทบาทท้องถิ่นคุ้มครองภูมิปัญญาชุมชน
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล สส.นครราชสีมา นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา และ นางเทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเห็นพ้องว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้เป็นส่วนสำคัญของระบบสุขภาพและเศรษฐกิจไทย
.
นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล สส.นครราชสีมา อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยชี้ว่าไทยและหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ
.
นายนรเสฏฐ์เห็นว่า การแพทย์แผนไทยเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน และควรนำมาใช้ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การใช้สมุนไพร การออกกำลังกาย การดูแลสมดุลร่างกาย และการมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาสารเคมีและยาจากการแพทย์แผนปัจจุบันได้ในบางกรณี
.
พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้ภาครัฐเร่ง ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการศึกษา วิจัย และพัฒนามาตรฐานรองรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาไทย
.
ท้ายที่สุด นายนรเสฏฐ์แสดงความเชื่อมั่นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ช่วยอนุรักษ์ พัฒนา และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้เป็นส่วนสำคัญของระบบสุขภาพไทยต่อไป
.
นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยเห็นว่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไม่ใช่เพียงมรดกจากอดีต แต่เป็นโอกาสสำคัญของอนาคต ท่ามกลางกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
.
นางฐิติมา เห็นว่าประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญ ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพรที่มีศักยภาพ ภูมิปัญญาดั้งเดิม บุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงชื่อเสียงด้านการนวดไทย จึงมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของโลก เช่นเดียวกับความสำเร็จของอาหารไทยและมวยไทยในเวทีสากล
.
นางฐิติมา ยกตัวอย่างสมุนไพรไทยที่ได้รับการยอมรับและต่อยอดงานวิจัยในระดับนานาชาติ ได้แก่ ขมิ้นชัน กระชายดำ และมะขามป้อม ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอว่าการส่งเสริมควรมองเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่
.
-ต้นน้ำ พัฒนาพันธุ์พืช มาตรฐานการเพาะปลูก และสนับสนุนเกษตรกร
-กลางน้ำ วิจัย พัฒนาสารสำคัญ และสร้างนวัตกรรม
-ปลายน้ำ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และขยายตลาดสู่ระดับโลก
.
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามเชิงนโยบายต่อรัฐบาลว่า มีเป้าหมายระยะยาวหรือไม่ที่จะผลักดันประเทศไทยเป็นผู้นำด้านสมุนไพรและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของโลก รวมทั้งมีการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง อว. มากน้อยเพียงใด และจะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาจุดแข็งด้านนี้อย่างจริงจังหรือไม่
.
ท้ายที่สุด นางฐิติมาย้ำว่า “การคุ้มครอง” ทำให้องค์ความรู้อยู่รอด แต่ “การส่งเสริม” ทำให้องค์ความรู้นั้นเติบโต สร้างคุณค่า สร้างรายได้ และเป็นอนาคตของประเทศได้อย่างแท้จริง จึงเห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้
.
ส่วนด้านนางสาวเทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญในการยกระดับและคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชุมชน รวมทั้งปรับปรุงกลไกการบริหาร กองทุน และการขึ้นทะเบียนสิทธิให้มีความชัดเจนมากขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตว่าร่างกฎหมายยังมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไป แม้จะเน้นการคุ้มครองภูมิปัญญาของชุมชน แต่กลับไม่มีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้แทนชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ขณะที่กรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง
.
นอกจากนี้ ยังเห็นว่ากลไกการขึ้นทะเบียนภูมิปัญญาชุมชนที่ต้องยื่นต่อส่วนกลางอาจสร้างภาระแก่ประชาชน และไม่สอดคล้องกับแนวทางการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ภารกิจด้านสาธารณสุขและ รพ.สต. จำนวนมากได้ถ่ายโอนไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว จึงฝากข้อเสนอสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
.
-พิจารณาเพิ่มสัดส่วนตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้แทนชุมชนในคณะกรรมการ
-กระจายอำนาจการขึ้นทะเบียนภูมิปัญญาและสิทธิของชุมชนไปสู่ระดับจังหวัด
-กำหนดแนวทางเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้กับภารกิจของ รพ.สต. และ อบจ. ที่รับการถ่ายโอนด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
.
ทั้งนี้ แม้จะมีข้อสังเกตดังกล่าว แต่ยังคงยืนยันสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศ
.
#พรรคเพื่อไทย #นรเสฏฐ์ศิริโรจนกุล #ฐิติมาฉายแสง #เทียบจุฑาขาวขำ #แพทย์แผนไทย #สมุนไพร
บทความที่เกี่ยวข้อง