“ยศชนัน” กางแผนพลิกโฉมประเทศ ชู 4 ยุทธศาสตร์นวัตกรรมเป็นกระดูกสันหลัง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตอบข้อซักถามในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ถึงการใช้แนวทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็น “กระดูกสันหลัง” หลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยวางยุทธศาสตร์สำคัญไว้ 4 ด้าน เริ่มจากการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงงานวิจัยเชิงลึก (Deep Tech) จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม 

.

ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำว่า “นวัตกรรมจะเกิดจากงานวิจัยเชิงลึกและนวัตกรรมก็จะเกิดจากสิ่งที่เอกชนมีอยู่แล้ว แต่ภาคการศึกษามีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเรื่องเกี่ยวกับทุนมนุษย์… นักคิดต้องอยู่ร่วมกับนักปฏิบัติ” ผ่านกลไกการยกระดับเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (TRL 1-9) ซึ่งจะมีการสนับสนุนทั้งงบประมาณภาครัฐและเงินร่วมลงทุนจากเอกชน พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศ (PCT) เพื่อให้นักวิจัยได้รับรายได้อย่างทั่วถึงและไม่เสียโอกาสในการแข่งขันระดับโลก

.

ในมิติทางเศรษฐกิจ กระทรวง อว. มุ่งเป้าไปที่การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่โดยมี “เศรษฐกิจสุขภาพ” (Wellness Economy) เป็นแกนหลักที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบสูง ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน มั่นใจว่า “ถ้าวันนี้เราจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจเวลเนส ประเทศไทยสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครที่จะเถียงเราได้” ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูง เช่น การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (Cell and Gene Therapy) เพื่อรักษามะเร็งและโรคอุบัติใหม่ การผลิตเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง ไปจนถึงการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลผ่านการสร้าง Supply Chain ของ AI และ Data Center ที่เน้นการพัฒนาชิปประมวลผลและการจัดการพลังงานเพื่อสร้างการจ้างงานใหม่ ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากผ่านเกษตรมูลค่าสูง โดยใช้นวัตกรรมเพิ่มผลิตภาพให้กับแรงงานในภาวะสังคมสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

.

นอกจากนี้ นวัตกรรมจะถูกนำมาใช้แก้ปัญหาสังคมและความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหมเพื่อให้ไทยมีเอกราชทางเทคโนโลยี การใช้ควอนตัมคอมมิวนิเคชั่นเพื่อเสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์ การสร้างความโปร่งใสผ่านระบบ Open Data เพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงการรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติอย่างแม่นยำ และยุทธศาสตร์สุดท้ายที่ถือเป็นหัวใจสำคัญคือการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทยให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยศ.ดร.ยศชนัน ได้ให้ทิศทางใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยน ต้องรับทุกคน ตั้งแต่ต้นทางไปถึงผู้สูงอายุ เพื่อที่จะสามารถอัปสกิลและรีสกิลได้” พร้อมทั้งปรับปรุงระบบการเข้าศึกษาอย่าง T-CAS เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพทางการศึกษา

.

ศ.ดร.ยศชนัน ทิ้งท้ายว่า “การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาครัฐ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน และผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อความหวังของคนไทย”

.

#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #ประชุมสภา