‘ธงธรรม’ ผ่าทางตันวิกฤติแรงงาน 4 กลุ่ม เสนอ รมว.แรงงานปฏิรูปประกันสังคม ดึงมืออาชีพบริหารกองทุน-สร้างสิทธิประโยชน์ดึงคนเข้ากองทุนเพิ่ม

‘ธงธรรม เวชยชัย’ เปิดข้อมูลกลางสภาฯ ชี้ชะตาแรงงานไทยท่ามกลางวิกฤติศรัทธากองทุนประกันสังคม พร้อมกางปมปัญหา 4 กลุ่มแรงงาน เสนอปฏิรูปกฎหมายประกันสังคม-ดึงมืออาชีพบริหารกองทุน-สร้างสิทธิประโยชน์ดึงคนเข้ากองทุนเพิ่ม 

10 เม.ย. 2569 ธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในวาระการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุถึง ปัญหาของแรงงาน 4 กลุ่ม เพื่อที่รัฐบาลจะได้แก้ไขได้ตรงจุด

กลุ่มที่หนึ่งคือ แรงงานในระบบประกันสังคม ซึ่งกำลัง เกิดวิกฤติศรัทธาในกองทุนประกันสังคม โดยมีความเชื่อว่ากองทุนมีความเสี่ยงล้มละลาย ด้วยเหตุผลสามประการ ประกอบด้วย 

1. การเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เงินบำนาญในกองทุนจึงถูกจ่ายออกให้กับผู้ที่เกษียณอายุการทำงานเพิ่มมากขึ้น ขณะที่เงินสมทบที่จะถูกจ่ายเข้ากองทุนกลับมีน้อยลง ซึ่งอาจเป็นเพราะสิทธิประโยชน์ยังไม่มีความดึงดูดมากเพียงพอ ที่จะทำให้คนตัดสินใจเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น

2. มีการตั้งคำถามกับการบริหารกองทุนว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะการลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าควรจะเป็น เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน มากไปกว่านั้นการบริหารค่าใช้จ่ายภายในกองทุนอย่างมีความไม่เหมาะสม และมีการใช้งบประมาณที่สูงเกินความจำเป็น จึงทำให้กองทุนตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูล 

3. กลไกของการบริหารกองทุนอย่างยึดติดอยู่กับระบบราชการ ไม่มีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการกองทุนโดยเฉพาะ กระบวนการอนุมัติการลงทุนก็มีความล่าช้า 

กลุ่มที่สองคือ แรงงานแพลตฟอร์ม หรือแรงงานกึ่งอิสระ ปัญหาของแรงงานกลุ่มนี้คือ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์เป็นลูกจ้างแล้ว จะมีคำที่สวยหรูที่แพลตฟอร์มใช้เรียกลูกจ้างคือ พาร์ทเนอร์ ซึ่งทำให้ขาดสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน 

ทำให้แรงงานกลุ่มนี้หลุดจากสิทธิพื้นฐาน ไม่มีค่าล่วงเวลาในการทำงาน ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ และไม่มีวันหยุด แม้แรงงานกลุ่มนี้จะสามารถสมัครใจเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 แต่สิทธิประโยชน์ของระบบประกันสังคมสำหรับแรงงานตามมาตรา 40 นั้นก็ยังถือว่าไม่เหมาะสมกับกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม

มากไปกว่านั้นสภาพการทำงานของแรงงานกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่นการขับรถบนท้องถนนก็มีโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา แต่สวัสดิการในปัจจุบันก็ยังไม่มีการรองรับ 

หัวใจของเรื่องนี้คือ รัฐจะออกแบบกลไกอย่างไร ที่จะทำให้แรงงานแพลตฟอร์มกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น

กลุ่มที่สามคือ แรงงานภาคการเกษตรในต่างประเทศ ปัจจุบันนี้เรามีแรงงานไทยในต่างประเทศประมาณ 420,000 คน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทยประมาณ 10,000 ล้านบาท 

พวกเขาเหล่านี้คือเกษตรกรไทย ที่เมื่อหมดฤดูเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวภายในประเทศไทย ก็จะไปเป็นแรงงานตามช่วงฤดูกาลระยะเวลาหนึ่งในต่างประเทศ 

ปัญหาของแรงงานกลุ่มนี้ อย่างแรกคือ เมื่อเกิดปัญหาภาวะสงคราม ปัจจุบันนี้ตลาดแรงงานในต่างประเทศโดยเฉพาะตะวันออกกลางหดตัวลง มีการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยชั่วคราว และโควต้าแรงงานที่ถูกกฎหมาย ก็มีจำนวนไม่เพียงพอ 

ฉะนั้นปัญหาที่ตามมาคือ ปัญหาผีน้อย คือการเข้าไปเป็นแรงงานอย่างผิดกฎหมาย โดยสิ่งนี้นำไปสู่ปัญหาที่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง การได้ที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน 

อีกหนึ่งที่สิ่งเป็นปัญหาสำหรับแรงงานกลุ่มนี้คือ การขาดทักษะทางด้านภาษา และความรู้ในเรื่องสิทธิแรงงาน 

กลุ่มที่สี่คือ แรงงานผู้สูงวัย ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่เรื่องที่น่าตกใจคือระบบแรงงานของไทยนั้นกลับมีการกีดกันผู้สูงอายุออกจากตลาดแรงงานอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้การทำโครงการของรัฐบาลในเรื่อง Up-skill/Re-skill ยังไม่ตอบโจทย์แรงงานสูงวัย โดยส่วนมากเป็นโครงการที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มแรงงานวัยหนุ่มสาว ขณะที่กลไกหลักประกันและความคุ้มครองของแรงงานสูงวัย ยังไม่ตอบโจทย์กับความเป็นจริง 

ประเทศไทยมีกฎหมายแรงงานที่ให้การคุ้มครองขั้นพื้นฐาน แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนสูงวัย และประเทศไทยมีกฎหมายผู้สูงอายุ ที่พูดถึงเรื่องของสวัสดิการ แต่ไม่ได้พูดถึงโอกาสในการทำงาน 

ธงธรรม ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานด้วยว่า ควรที่จะมีการปฏิรูปกฎหมายและเปลี่ยนนิยามของคำว่าลูกจ้าง ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยจะต้องปรับให้มีกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม หรือแรงงานกึ่งอิสระ เข้าไปอยู่ในระบบประกันสังคม ควบคู่กับการปรับสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนยินดีที่จะเข้าสู่ระบบประกันสังคมให้มากขึ้น 

พร้อมกับการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารและการลงทุนของกองทุนประกันสังคม โดยจะต้องดึงมืออาชีพเข้ามาบริหารกองทุน และสร้างความยืดหยุ่นให้เพิ่มมากขึ้นอย่ายึดติดกับระบบราชการเดิม พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน มีเป้าหมายให้เทียบเคียงกับกองทุนในลักษณะเดียวกันที่มีอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้มีความจำเป็นที่จะต้องขยายตลาดแรงงาน ซึ่งไม่ใช่เพียงการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำการขยายตลาดแรงงานภายในประเทศด้วย 

“เราจะต้องเป็นรัฐ ที่สร้างความสมดุลระหว่าง รัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง เราจะต้องทำให้ลูกจ้างมีความมั่นคง และทำให้นายจ้างมีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

#พรรคเพื่อไทย #ธงธรรมเวชยชัย  #ประชุมสภา #ประกันสังคม #แรงงาน