เดินหน้าแก้วิกฤตการศึกษาไทย รมว. ศธ. มอบ 5 นโยบาย ปลดระบบมัดมือบุคลากร ติดอาวุธ AI Literacy มุ่งสร้างพลเมืองโลก
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (20 เมษายน) ร่วมกับ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยฯ แถลงทิศทางการทำงาน นำทีมประกาศ 5 ภารกิจด่วน พร้อมสวมหมวก ‘หัวหน้าทีม’ มุ่งทลายระบบราชการซ้ำซ้อน คืนเวลาสอนให้ครูทั่วประเทศ ชูแนวคิด ‘Education for All’ เริ่มจาก ‘All for Education’ ดึงทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน ดันงบประมาณลงลึกถึงพื้นที่ขาดแคลน เพื่อรับประกันว่าเด็กไทยทุกคนต้องไม่หลุดออกจากระบบ สู่เป้าหมายการสร้างพลเมืองคุณภาพที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจมูลค่าสูง
.
นายประเสริฐเริ่มต้นด้วยการกางภาพใหญ่วิกฤตการศึกษาไทย อาทิ ผลประเมิน PISA ที่ยังรั้งท้าย การที่เด็กอยู่นอกระบบกว่าหนึ่งล้านคน และความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้น และเน้นย้ำว่า ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ความล้มเหลวของครูหรือข้าราชการ แต่เป็นความล้มเหลวของระบบเชิงโครงสร้าง นายประเสริฐกล่าวว่า “สังคมชี้หน้าว่าการศึกษาพังเพราะครู แต่ความจริงคือ ครูถูกระบบมัดมือมัดเท้า ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่พวกท่าน แต่คือระบบที่ล้าหลัง เราไม่ได้ขาดคนเก่ง เราขาดระบบที่ให้คนเก่งได้ทำงานเต็มศักยภาพ”
.
นายประเสริฐประกาศจุดยืนชัดเจนว่า เข้ามาในฐานะ ‘หัวหน้าทีม’ ไม่ใช่การสั่งการจาก และย้ำว่า “การศึกษาต้องแยกออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด” โดยจะนำโมเดลความสำเร็จจากการแก้ปัญหาวิกฤตไซเบอร์ (ศูนย์ AOC) มาใช้เพื่อทะลวงกำแพงระบบราชการ และใช้อินไซต์จากคนหน้างานมาออกแบบนโยบายที่ตรงจุด เลิกการแก้ปัญหาแบบ ‘ตัดเสื้อโหล’ ที่ไม่สนใจบริบทพื้นที่
.
เปิด 5 ภารกิจหลัก: เข็มทิศสู่การก้าวข้ามความล้าหลัง
เพื่อสร้าง DNA พลเมืองนักคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้
นายประเสริฐประกาศ 5 ภารกิจเร่งด่วน ได้แก่
1. คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก
ลุยโปรเจกต์ ‘Work Smart ลดความซ้ำซ้อนและทอนภาระครู’ สั่งยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน นำเอกสารดิจิทัลมาใช้เพื่อลดงานธุรการ ปรับเกณฑ์ประเมินผู้บริหารให้เน้นผลลัพธ์ของผู้เรียน แทนการล่ารางวัล และเตรียมนำร่องระบบ ‘ครัวกลาง’ (Cloud Kitchen) ร่วมกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาอาหารกลางวัน และปลดแอกครูจากหน้าที่แม่ครัวและงานจัดซื้อจัดจ้าง
2. รื้อสูตร ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส
ประกาศรื้อสูตรงบประมาณรายหัว เลิกการจัดสรรแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม เปลี่ยนเป็นการจัดสรรงบ ‘ตามความจำเป็นจริง’ ให้ทรัพยากรถึงมือโรงเรียนที่ขาดแคลนที่สุด พร้อมเดินหน้าโครงการ Thailand Zero Dropout อย่างเข้มข้น และยกระดับทุน ODOS รูปแบบใหม่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเก่งและดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม
3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง
เปลี่ยนการสอนแบบท่องจำ สู่ ‘หลักสูตรฐานสมรรถนะ’ และดันนโยบาย ‘AI for All’ เตรียมความพร้อมเด็กไทยสู่การประเมิน PISA 2029 ที่จะเพิ่มมิติ AI Literacy เข้ามา พร้อมจับมือรองนายกฯ ยศชนัน บูรณาการข้ามกระทรวง (ศธ., อว., แรงงาน, พม. และเอกชน) ตั้ง Human Capital Superboard กำหนดทิศทางทุนมนุษย์ของประเทศ และผุด ‘ธนาคารหน่วยกิตกลาง’ (Credit Bank) รวมถึงระบบ E-Portfolio เพื่อให้การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น และตอบโจทย์สังคมปัจจุบัน พร้อมความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก (OECD, UN) เพื่อยกระดับเด็กไทยสู่ Global Citizen
4. โรงเรียนต้องเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ อย่างแท้จริง
เตรียมตั้ง ‘ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ’ ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดแบบศูนย์ AOC) ทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย เพื่อปกป้องเด็กและบุคลากรจากความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมอัดฉีดงบประมาณซ่อมแซมอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคที่เสื่อมโทรม
5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
เร่งผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้เป็น ‘ธรรมนูญการศึกษา’ เพื่อปลดล็อกหลักสูตรและคุ้มครองผู้เรียน ให้การปฏิรูปเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปทิศทางใด
.
ก้าวต่อไป: All for Education
นายประเสริฐ เปิดเผยว่าในสัปดาห์หน้า ศธ. จะมีการจัด Workshop ครั้งใหญ่ที่รวมทั้งคนในกระทรวง คนหน้างาน และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันออกแบบ Blueprint ของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อรับประกันความคืบหน้า จะมีการเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงทุกวันพุธแบบเว้นสัปดาห์ (Bi-weekly)
.
นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมคนเดียวแก้ปัญหาชั่วข้ามคืนไม่ได้ แต่เราทำได้หากจับมือกัน วันนี้ผมขอชวนทุกคนถอดหมวกทางการเมือง แล้วสวมหมวกของ ‘ทีมการศึกษาไทย’ หากเราต้องการ Education for All เราต้องเริ่มจาก All for Education เราจะเริ่มงานนี้ตั้งแต่วันนี้ และเราจะก้าวหน้าไปด้วยกัน”
.
.
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #อัครนันท์กัณณ์กิตตินันท์ #กระทรวงศึกษาธิการ #Education
บทความที่เกี่ยวข้อง