‘ธนรัช-วรวงศ์-ศรัณย์’ สส.เพื่อไทย หนุน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ดัน ‘หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์’ ยกระดับตลาดทุนไทย ควบคู่คุ้มครองผู้ลงทุนและความปลอดภัยไซเบอร์

สส.พรรคเพื่อไทย โดย นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี และนายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย   ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่มุ่งพัฒนาระบบหลักทรัพย์ดิจิทัล ลดการใช้เอกสารกระดาษ เพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันต่อเศรษฐกิจดิจิทัล

.

นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยปรับปรุงระบบงานของตลาดทุนให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน ลดต้นทุนด้านเอกสารและการบริหารจัดการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนในภาพรวม เนื่องจากต้นทุนทางธุรกิจที่ลดลงจะช่วยเพิ่มการลงทุน การจ้างงาน และโอกาสทางเศรษฐกิจ

.

พร้อมกันนี้ได้เสนอข้อสังเกต 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การคุ้มครองประชาชนจากการหลอกลวงด้านการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับภาระต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

.

นายธนรัชย้ำว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน แต่เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยพร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จึงขอสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวและเชิญชวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวด้วย

.

ด้านนายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่เปิดทางให้มีการใช้ “หลักทรัพย์ดิจิทัล” มากขึ้น เพื่อให้ระบบตลาดทุนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้เกี่ยวกับ “หลักทรัพย์ดิจิทัล” ไม่ใช่คริปโทเคอร์เรนซี แม้อาจมีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บและโอนข้อมูล

.

โดยนายวรวงศ์ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสารกระดาษสู่ระบบดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสะดวก ลดความผิดพลาดในการจัดเก็บและค้นหาข้อมูล รวมถึงช่วยให้การตรวจสอบธุรกรรมทำได้ง่ายขึ้นผ่านร่องรอยข้อมูลดิจิทัล (Digital Footprint)

.

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการข้อมูลที่เหมาะสม ทั้งในแง่การใช้ระบบรวมศูนย์ (Centralized) หรือกระจายศูนย์ (Decentralized) รวมถึงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้

.

นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อกรณีที่หลักทรัพย์ดิจิทัลสามารถขอสำเนาเอกสารกระดาษออกมาได้ เพราะอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันหรือก่อหนี้ซ้ำซ้อน จึงจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบที่รัดกุม

ท้ายที่สุด นายวรวงศ์ยืนยันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเชื่อว่าจะช่วยยกระดับการลงทุน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ และส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

.

ส่วนทางด้านนายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย แสดงจุดยืน เห็นด้วยในหลักการ ของร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่มุ่งพัฒนาระบบหลักทรัพย์ดิจิทัล ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ แต่เน้นย้ำว่า การอำนวยความสะดวกต้องมาควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน

.

นายศรัณย์ ชี้ให้เห็นว่ายังมีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและวัยเกษียณ ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในตลาดทุน จึงขอให้การพิจารณาแก้ไขกฎหมายคำนึงถึงมาตรการป้องกันการหลอกลวง การฉ้อโกง และการสร้างความปลอดภัยให้ผู้ลงทุนมากขึ้น

.

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้คำต่างๆ โดยยกตัวอย่างคำง่ายๆ ที่ยังมีปัญหาสับสนในเรื่องความหมาย จึงจะต้องกำหนดความหมายและนิยามให้ชัด เช่นคำว่า “หลักทรัพย์ดิจิทัล” และ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ต้องนิยามให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน ลดความสับสนและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายการเข้าถึงการลงทุนในรูปแบบใหม่

.

ท้ายที่สุด นายศรัณย์เห็นว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ควรมุ่งสร้างทั้ง ความสะดวก ความปลอดภัย และความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดทุน ลดจำนวนผู้เสียหาย และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในอนาคต

.

#พรรคเพื่อไทย #ธนรัชจงสุทธานามณี #วรวงศ์วรปัญญา #ศรัณย์ทิมสุวรรณ  #พรบหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ #ประชุมสภา