แก่นสำคัญเป็นเรื่องของการใช้อำนาจ เพื่อพยายามควบคุมคนในครอบครัว ผ่านการกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น ต้องมีกลไกรัฐปกป้องและสนับสนุนผู้ถูกกระทำความรุนแรง เขาต้องได้รับการเสริมพลัง จึงจะมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรม ‘Movie Talk & Special Forum’ ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับพรรคเพื่อไทย ผ่านกิจกรรมฉายซีรีส์ ‘อย่า…..กลับบ้าน’ พร้อมเวทีเสวนาหัวข้อ ’ความเงียบที่จ่ายด้วยน้ำตา : นิยามใหม่ของความรุนแรงทางเศรษฐกิจ‘ สะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.อุบลราชธานี, นางสาวกฤษฎี บุญสวยขวัญ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง ที่ปรึกษาทางกฎหมาย มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ และนางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา ที่ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน

นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวในวงเสวนาว่า ประเทศไทยมีคนที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวจากการสำรวจเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประมาณ 40% ของผู้สำรวจเคยได้รับประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง ตัวเลขปัจจุบันของผู้ถูกกระทำความรุนแรง ทางกระทรวงสาธารณสุข เฉลี่ยปีละประมาณ 15,000 คน  ที่กระทรวง พม. ประมาณ 3,000 คน ส่วนที่มีการแจ้งความดำเนินคดีทางตำรวจประมาณ 100 เคส สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมีน้อยมาก 

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น จากเสียงสะท้อนของผู้ปฏิบัติงาน เพราะมีเรื่องของยาเสพติด ปัญหาภาวะจิตเวช หลายชุมชนสะท้อนว่าไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร คนที่ประสบความรุนแรงเข้าไม่ถึงบริการ ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐที่จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายมีการจัดทำร่างกฎหมายเสนอแก้ไข และระดมรายชื่อเสนอแก้กฎหมาย และมีความยินดีที่พรรคเพื่อไทยให้ความสนใจและจัดทำร่าง พ.ร.บ. ควบคู่กัน  เจตนารมย์ของกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำในครอบครัว แก่นสำคัญเป็นเรื่องของการใช้อำนาจเพื่อพยายามควบคุมคนในครอบครัว ผ่านการกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ทั้งร่างกาย จิตใจ และทางเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องมีกลไกรัฐปกป้องและสนับสนุนผู้ถูกกระทำความรุนแรง เขาต้องได้รับการเสริมพลัง จึงจะมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม 

นางสาววราภรณ์กล่าวว่า กลไกที่อยู่ในกฎหมาย อย่าไปเน้นการรักษาครอบครัว เพราะบางครอบครัวผุพังเกินกว่าที่จะรักษาแล้ว ต้องดูเป็นเคส ดูหลายปัจจัย อย่างไรก็ตามต้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำก่อน

#เพื่อไทย #วราภรณ์แช่มสนิท #ความรุนแรงในครอบครัว