โลกสองใบและก้าวใหม่ของ ‘อิฐ’ นพพล ผลอำนวย

มันไม่ได้ง่ายสำหรับการเป็นผู้แทนราษฎร ความโชคดีของผมคือการได้เดินบนโลกสองใบ โลกวิชาการบนหอคอยงาช้าง และโลกการเมืองของความเป็นจริง ผมยังมือใหม่แม้บ้านผมจะทำการเมืองมาแล้วตั้งแต่รุ่นยาย 

.

กำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่ถูกมองข้าม ทรัพยากรรัฐลงไปไม่ทั่วถึง และนั่นคือหน้าที่ของผม ที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อ ตา และยาย ที่มุ่งมั่นทุ่มเทอุทิศชีวิตเพื่อคนกำแพงเพชรมากว่าสิบสิบปี 

.

Nice to Meet You จะพาทุกคนไปรู้จักตัวตนของมือใหม่ในสภาที่ชื่อว่า ‘อิฐ’ นพพล ผลอำนวย

.

❖  ไม่มีใครหนีการเมืองพ้น ยกเว้นพระเจ้า ❖ 

.

 “…คุณจะหนีการเมืองพ้นได้อย่างเดียว คือ ต้องเป็นพระเจ้าหรือมนุษย์ถ้ำ…” เป็นคำตอบของ อิฐ นพพล ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร เขต 3 พรรคเพื่อไทย ตอบถูกถามว่า อยากสื่อสารอะไรกับคนทั่วไปในฐานะผู้แทนฯ บ้าง คำตอบที่ได้มาคือการมองโลกการเมืองในแบบของเขา สำหรับเขาการเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมือง ไม่ใช่แค่การตั้งกระทู้ถามหรือการอภิปรายในสภา แต่การเมืองคือสิ่งที่แวดล้อมอยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่ราคาข้าวในแต่ละฤดูการเก็บเกี่ยว ราคาน้ำมันที่ใช้ในการเกษตร หรือแม้แต่น้ำท่วม น้ำแล้ง แหล่งน้ำที่มีหรือไม่มีในคลองชลประทาน 

.

“…ตราบใดที่เรายังอยู่ในสังคม เราหนีการเมืองไม่พ้น…” นี่คือสิ่งที่เขาคิดและอยากสะท้อนให้ทุกคนเข้าใจ ความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ หากเกิดขึ้นจากชีวิตที่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่คุณยายในฐานะนักการเมืองคนแรกของครอบครัว สู่การเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์กับชีวิตกว่า 10 ปี ในรั้วมหาวิทยาลัยของเขา

.

❖  ครอบครัวการเมืองไม่ใช่ใบเบิกทางแต่คือการเรียนรู้ ❖ 

.

อิฐ ไม่เคยปฏิเสธว่าครอบครัวเขาคือบ้านใหญ่ แม้กระแสการเมืองในปัจจุบันมักจะเกลียดกลัวคำว่า “นักการเมืองบ้านใหญ่” แต่เขากลับมองว่ามันคือ แหล่งเรียนรู้ความจริงในทางการเมืองที่สร้างเขามาจนถึงทุกวันนี้ เขาเกิดและโตมาด้วยกลิ่นอายของการเมืองตั้งแต่ลมหายใจแรกของชีวิต

.

ทุกอย่างเริ่มจาก ‘คุณยาย’ ผู้หญิงเก่งในสายตาของเขา ที่เริ่มต้นบทบาทนักการเมืองคนแรกของครอบครัวด้วยตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านในปี 2525 และก้าวสู่ตำแหน่งกำนันภายหลังจากนั้นเพียง 3 ปี การเป็นผู้หญิงที่ยืนหยัดในพื้นที่การเมืองในยุคที่กำแพงเพชรเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพล มีมือปืน มีความรุนแรงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อธิบายได้ด้วยเพียงคำว่า ‘เก่ง’ อิฐกล่าวว่า “…สิ่งที่ยายใช้สู้ ไม่ใช่การใช้อำนาจ แต่คือความนุ่มลึกและจริงใจที่ทำให้ชาวบ้านไว้วางใจต่างหาก…” 

.

เขาเล่าเรื่องราวอันเป็นเกร็ดชีวิตการเมืองของยายให้เราฟังว่า ยายของเขารอดจากถูกรอบยิงถึงสองครั้ง “…ครั้งที่สองมือปืนเดินเข้ามากราบขอขมา ผู้บงการเราก็รู้ตัว แต่ภายหลังเขาก็ติดคุกในคดีอื่นๆ พอออกมาก็เหมือนผีผลักหรืออะไรไม่อาจคาดได้ เลยมาจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถ…” อิฐ ก้มหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ส่งผ่านกล้องสัมภาษณ์ ราวกับความรุนแรงนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์จริงทางการเมืองที่เขาได้เรียนรู้และเติบโตมากับมัน

.

มรดกจากคุณยายที่ส่งมาต่อมาให้อิฐ ไม่ใช่ความเป็นบ้านใหญ่ แต่คือภาพความมุ่งมั่นในการทำงานช่วยพี่น้องชาวบ้าน “…ผมเห็นยายมุ่งมั่นและขะมักเขม้นเรื่องหาแหล่งน้ำมาก…” ในตำบลวังยางซึ่งเป็นตำบลบ้านเกิดเขา ยายได้พัฒนาแหล่งน้ำหลายแหล่ง นำไปประกวดให้ได้เงินรางวัลมาเพื่อเอาพัฒนาแหล่งอื่นในพื้นที่ต่อ เพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ยายของเขาไม่เคยลดละที่จะมุ่งมั่นหาแหล่งน้ำ เพราะกำแพงเพชรเป็นเมืองเกษตรกรรม การหาแหล่งน้ำจึงเป็นความท้าทายที่อิฐอธิบายว่าเป็นภาพสะท้อน “ความเป็นหญิงเก่ง” ของคุณยาย

.

❖ สามเจน สามพรรค ในเกลียวคลื่นการเมือง ❖ 

.

ภายใต้ความเป็นหญิงเก่งของยาย ยายได้ผลักดันจนทำให้คุณตาของเขาได้ขึ้นมาผู้แทนฯ คนแรกของบ้าน ในสังกัดพรรคไทยรักไทยในปี 2544 โดยก่อนหน้านั้นคุณตาของเขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 มาก่อนแล้วด้วย คุณตามาวางมือทางการเมืองช่วงปี 2548 และหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ก่อนส่งเจตนารมณ์ต่อให้คุณพ่อ

.

พ่อของเขาหลังหมดวาระการเป็น สว.ชุดแรก ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้ว ก็ก้าวสู่การเป็นผู้แทนฯ สานต่ออุดมการณ์ของคุณพ่อในปี 2550 ในนาม สส.พรรคพลังประชาชน แม้ในปี 2557 จะเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง แต่พ่อของอิฐยังยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาจนถึงทุกวันนี้ 

.

อิฐ ชำเลืองมาสบสายตากับเรา ก่อนพูดว่า “…ผมไม่รู้หรอกว่าผมเริ่มต้นชีวิตการเมืองเมื่อไหร่…” เพราะตอนอายุสามขวบเขาก็มีรูปภาพเดินแจกโปสเตอร์หาเสียงแล้ว อิฐสนิทกับยาย ใช้ชีวิตกับตา ทำงานพ่อมาตลอด เขาเติบโตมาในครอบครัวนี้ เห็นการเมืองมาตั้งแต่จำความได้ แต่นั่นไม่ใช่สัจธรรมการเมืองที่เขารับรู้ 

.

“…ผมเข้าใจโลกการเมืองจริงๆ ตอนผมออกมาทำงาน ได้มายืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างโลกสองใบ ผมถึงค่อยๆ เห็นว่ามันต่างกันแค่ไหน…”

.

❖ ลงจากหอคอยงาช้าง สู่งานสภา ❖

.

กว่าสิบปีในมหาวิทยาลัย อิฐเหยียบโลกสองใบพร้อมกัน ใบหนึ่งคือ “โลกวิชาการ” ในฐานะอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ที่รามกำแหง และผ่านการเป็นนักวิจัยที่พระปกเกล้า รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยรังสิตมาก่อน อีกใบหนึ่งคือ “โลกการเมือง” ที่เขาเห็นและได้เรียนรู้จากมันมาตลอด นี่คือความได้เปรียบที่เขาพูดกับเราว่า “…เขาเห็นโลกทั้งสองใบพร้อมกัน และได้เรียนรู้ว่ามันต่างกันแค่ไหนอย่างไร…”

.

ช่วงธันวาคมปี 2568 เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภา อิฐยื่นใบลาออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งเดือน แต่เขาก็รอจนกว่าจะส่งเกรดของเทอมนั้นให้เสร็จ ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากผลักภาระให้เพื่อนอาจารย์ที่ต้องมารับช่วงงานต่อกลางคัน

.

“…มันเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน…” เขากล่าว พร้อมรอยยิ้มที่บอกว่าแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่ทันจะได้วางแผนไว้ “…ผมยังคิดอยู่เลยว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวกว่านี้ ตอนนั้นผมยังวางแผนขอตำแหน่งวิชาการอยู่เลย…” เขาพูดติดขำกับพวกเรา

.

แล้วทำไมถึงเลือกเดินลงจากหอคอยงาช้าง เป็นคำถามที่อิฐถูกถามต่อ เขาเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจว่ามีอยู่ 2 ข้อ ข้อแรก คือ ‘พ่อ’ เขาเห็นพ่อทำงานหนักมาตลอด เห็นการทุ่มเทเพื่อพี่น้องชาวบ้านมาตลอดตั้งแต่เขาเกิด เขากล่าวว่า “…ผมปล่อยให้การทุ่มเทแรงกายแรงใจตลอดสามสิบปีของครอบครัวสูญเปล่าไม่ได้…” ข้อสอง คือ “ตัวเอง” เขาอยากก้าวข้าม Comfort Zone เขาบอกว่า “…สารพัดรู้ครับตอนเป็นอาจารย์ รู้ทุกเรื่อง แต่ยังไม่รู้เลยว่า โลกความเป็นจริงที่เราต้องมาเป็นผู้เล่นเองเป็นอย่างไร…” 

.

นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกมาสานต่ออุดมการณ์ของครอบครัว พร้อมก้าวลงจากหอคอยงาช้างสู่โลกแห่งความเป็นจริงในวันที่เขาถูกตั้งคำถามจากชาวบ้านว่า “มาพรรคเพื่อไทยทำไมตอนนี้” 

.

❖ แก้ปัญหากำแพงเพชรด้วยผู้แทนฯ กำแพงเพชร ❖ 

.

“…ตอนพรรคเพื่อไทยกระแสดีทำไมไม่มา มาทำไมตอนกระแสตกต่ำ…” เป็นคำถามจากคนในพื้นที่ที่เขาเจอมาตลอด แต่สิ่งที่เขาเชื่อและยังคงเชื่อคือศักยภาพของพรรคเพื่อไทย เขาบอกชัดเจนว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ยังไม่มีพรรคไหนที่แก้ปัญหาและทำนโยบายให้ประชาชนได้เท่าพรรคเพื่อไทยมาก่อน  อิฐยังย้ำอีกกว่า “…ผมเชื่อว่าการเมืองไม่มีใครรุ่งหรือร่วงตลอด แต่การทำงานต่างหากที่จะทำให้ประชาชนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่กระแส

.

“…กำแพงเพชรเป็นแค่เมืองทางผ่าน ขนาดรัชกาลที่ 5 ตัดรถไฟขึ้นเหนือยังเว้นกำแพงเพชรเลย…” นั่นคือความยากในการทำงานพื้นที่ จังหวัดเราถูกขนาบด้วยพิษณุโลกที่เป็นศูนย์กลางราชการภาคเหนือตอนล่าง และนครสวรรค์ที่เป็นศูนย์กลางการค้า กำแพงเพชรจึงเป็นได้แค่เมืองที่คนขับรถผ่าน ไม่มีอะไรให้ต้องแวะ แม้กระทั่งทรัพยากรรัฐก็ไหลผ่านไปพร้อมกัน โจทย์ยากของเขาคือ เขาต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ เพื่อเป็นปากเสียงให้ชาวบ้าน เพื่อดึงทรัพยากรที่ผ่านไปให้หยุดลงที่กำแพงเพชรบ้าง

.

ตัวเลขที่อิฐพูดถึงบ่อยที่สุด ไม่ใช่คะแนนเสียงที่ตัวเองได้รับเลือกจากประชาชนในพื้นที่ แต่เป็นราคาข้าวต่อเกวียนที่ชาวบ้านประสบปัญหาอยู่ “เกวียนหนึ่งหนักหนึ่งตัน แต่ราคาปัจจุบันคือห้าพันบาท” เขาย้ำให้เรารับรู้ กว่าพี่น้องชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวได้ต้องใช้ปุ๋ย ใช้ยา ใช้น้ำมัน ซึ่งแพงขึ้นพร้อมกันหมด หักต้นทุนแล้วแทบจะไม่เหลืออะไร จะเลิกปลูกก็ไม่ได้ เพราะสำหรับคนที่นี่การเกษตรไม่ใช่แค่อาชีพ แต่มันเป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

.

เขต 3 กำแพงเพชรมี 3 อำเภอ ปลูกพืชหลักๆ 3 อย่าง คือ ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง แต่ปัญหาที่ซ้อนอยู่ในเรื่องราคา คือ ‘ปัญหาเรื่องน้ำ’ ในสามอำเภอพื้นที่เขตผมติดแม่น้ำปิงจริงๆ แค่อำเภอเดียว อีกสองอำเภอต้องพึ่งน้ำจากคลองชลประทานเท่านั้น ถ้าฝนทิ้งช่วงเมื่อไหร่ก็แห้งขอด น้ำหลากเมื่อไหร่ก็ไม่มีที่รองรับ วนซ้ำอยู่แบบนี้ทุกปี ไม่มีคำตอบสำหรับการแก้ปัญหาที่ชัดเจน

.

“…ทรัพยากรรัฐคือกุญแจของทุกอย่าง…” อิฐบอก แต่ถ้าไม่มีบทบาทในสภา ผมจะไม่สามารถทำอะไรได้ และผมคนเดียวก็ทำอะไรไม่ได้เลย หากไม่เข้ามาประสานกับภาครัฐเพื่อแก้ปัญหา และนั่นคือเหตุผลที่เขาต้องมายืนอยู่ตรงนี้ แม้จะรู้ว่าโจทย์มันใหญ่กว่าคนคนเดียวจะแบกไว้ได้ แต่เขาต้องทำและห้ามท้อ เพราะเขาเลือกที่จะก้าวออกเป็นผู้แทนฯของคนพื้นที่แล้ว

.

❖ ความจริงสอนให้ผมรู้ว่า “การเปลี่ยนแปลงไม่มีทางลัด” ❖ 

.

ตอนเรียนปริญญาตรี อิฐยอมรับตรงๆ ว่าถ้าเรียนนานกว่านั้นอีกหน่อย อาจกลายเป็นฝ่ายซ้ายไปแล้วก็ได้ มีไฟใจร้อน อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วๆ แต่เวลาและประสบการณ์สอนให้รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมไม่มีทางลัด

.

อังกฤษใช้เวลาหลายศตวรรษ ผ่านสงครามกลางเมืองมาหลายรอบกว่าระบบรัฐสภาจะลงหลักปักฐาน ฝรั่งเศสเปลี่ยนมาแล้วห้าสาธารณรัฐกว่าจะมาถึงวันนี้ ไทยเองก็มีบาดแผลทางการเมืองมาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งมันทำให้เห็นว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำในครั้งเดียว เหมือนตื่นมาแล้วฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองผ่องอำไพ

.

“…ประวัติศาสตร์สอนให้ผมรู้ได้อย่างหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงมันคือการสั่งสมการเรียนรู้…” เขาบอก และนั่นคือเหตุผลที่เขาไม่ได้มองการเมืองเป็นเรื่องพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่มันคือกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน คำถามคือ เราจะเอาผลลัพธ์หรือเราจะเอากระบวนการเป็นตัวตั้ง เราต้องตั้งหลักให้ดีว่าเราจะเดินไปทิศทางไหน นั่นคือแนวคิดการเมืองของอิฐที่ตกตะกอนหลังจากอยู่กับโลกทฤษฎีและความจริงมาแล้ว

.

เขายืมคำของอาจารย์เชนมาว่า “คนแคระบนบ่ายักษ์” เราไม่จำเป็นต้องเป็นยักษ์ ยักษ์ที่เปรียบเสมือนเป็นกองประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนที่สะสมมา เราจะมองเห็นได้ไกลกว่าเดิมหากเรายืนอยู่ตรงนั้น สำหรับอิฐบ่ายักษ์ตัวนั้นคือประสบการณ์ของสามรุ่นในครอบครัวที่เกิดจากบาดแผล ความจริง และความเข้าใจในโลกการเมืองที่ส่งมอบให้เขา

.

“ผมไม่ได้สิ้นหวัง ผมมีความหวัง และไม่ได้โลกสวย” อิฐไม่รู้หรอกว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน เขาเชื่อแค่ว่าถ้าทำทุกวันให้ดีที่สุด สุดท้ายชาวบ้านจะเป็นคนตัดสินเอง และนั่นคือความจริงจากความคิดเขา

.

❖ ไม่มีหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองในสมการการเมืองและสังคมศาสตร์ ❖ 

.

กว่าสิบปีในมหาวิทยาลัย อิฐสอนนักศึกษาด้วยหลักการจากความเป็นจริงที่เขาได้เรียนรู้คู่ขนานไปกับโลกของตำรานอกห้องเรียน “…สังคมศาสตร์ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีผลลัพธ์ที่คาดเดาได้แน่นอน…” คือแกนหลักที่เขาย้ำนักศึกษาอยู่เสมอ หนึ่งบวกหนึ่งอาจไม่เท่ากับสองเท่านั้น อิฐยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นว่า พรรคการเมืองสองพรรคมารวมกันเท่ากับหนึ่งหรือสอง เพราะฉะนั้นเขาจึงย้ำเสมอว่า “…เราไม่สามารถดีดปรากฏการณ์ทางสังคมเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ…” นี่คืออธิบายที่สั้นกระชับและชัดเจน

.

ความเข้าใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากตำราทฤษฎีสังคมศาสตร์ที่ถกเถียงกันมาไม่รู้กี่ทศวรรษ ไม่ใช่ความรู้จากของใบปริญญาที่เขาได้รับ แต่เกิดจากการได้เห็นโลกสองใบพร้อมกันมาตลอดชีวิต โลกที่นักวิชาการพูดในตำราเรียน ในห้องเรียนกับโลกความจริงนอกตำราที่เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จากครอบครัวเขา

.

“…หลายอย่างที่ดูไม่สมเหตุสมผลในโลกวิชาการ กลับเมคเซนส์มากในโลกการเมืองความเป็นจริง…” อิฐย้ำอีกครั้งก่อนนิ่งไปแล้วพูดว่า มันมีหลายต่อหลายเรื่องในโลกความเป็นจริงที่เขาไม่สามารถพูดออกมาตรงๆ ได้ “…ถ้าพูดหมดคงออกรายการไม่ได้…” พูดติดขำออกมา แต่ภายใต้คำพูดนี้มันกลับสะท้อนธรรมชาติความจริงทางการเมืองได้โดยที่ไม่ต้องบอกเล่าอะไรไปมากกว่านี้อีก 

.

รัฐศาสตร์ไม่เหมือนวิทยาศาสตร์ ไม่มีสูตรสำเร็จของคำตอบ ฟ้าครึ้มแล้วฝนตกอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ทำไมนักการเมืองคนหนึ่งตัดสินใจแบบหนึ่งได้โดยดูเหมือนไม่มีเหตุผล ไม่สมเหตุสมผล แต่ภายใต้ความรู้สึกที่เราคิดว่ามันไม่มีเหตุผล มันกลับมีความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ซ่อนอยู่ในชั้นที่ลึกกว่าที่ตำราจะเข้าถึงได้ 

.

และนั่นคือทัศนคติที่อิฐพกติดตัวมาทุกวันในฐานะ สส.ใหม่ ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่ความแน่ใจว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง แต่คือความตระหนักว่าโลกการเมืองมันซับซ้อนกว่าที่ใครจะอ้างว่าเข้าใจด้วยเหตุและผลได้ทั้งหมด 

.

“…ผมยังคงเป็นมือใหม่ แม้ผมจะอยู่กับครอบครัวที่ทำการเมืองมานาน…” 

.

นี่คือประโยคปิดท้ายที่เขาตระหนักอยู่เสมอ เพื่อใช้เดินหน้าทำงานต่อในฐานะผู้แทนราษฎรของคนกำแพงเพชร 

.

และทั้งหมดนี้คือ Nice to Meet You EP.3 “โลกสองใบ”ของ “อิฐ” นพพล ผลอำนวย

.

#NiceToMeetYou

#นพพลพลอำนวย

#เพื่อไทย