เพื่อไทยหนุน ‘กฎหมายเลมอนลอว์’ คุ้มครองสิทธิผู้ซื้อ สินค้าเสียเปลี่ยนใหม่ได้ใน 14 วัน ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคเทียบเท่าสากล
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. (Lemon Law)
น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่องเป็นปัญหาที่ประชาชนจำนวนมากต้องเจออยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ป้ายแดงที่ต้องเข้าศูนย์ซ่อมตั้งแต่ซื้อมาแรกๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงที่เสียภายในเวลาไม่นาน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานไม่ได้ตามที่ควรจะเป็น
ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกลับต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และเป็นฝ่ายรับภาระในการพิสูจน์ถึงความเสียหาย ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ซื้ออยู่ในฐานะที่เสียเปรียบผู้ผลิตและผู้ขายในหลายด้าน ทั้งด้านข้อมูลทางเทคนิค ทรัพยากร และความสามารถในการเข้าถึงกระบวนการเรียกร้องสิทธิ
พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ควรตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม นั่นคือผู้บริโภคควรได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการก็ควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ เราจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีกฎหมายเฉพาะ ที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากกฎหมายปัจจุบัน ยังไม่สามารถรองรับสภาพความเป็นจริงของสินค้ายุคใหม่ได้อย่างเพียงพอ เพราะบทบัญญัติเรื่องความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถูกวางหลักขึ้นในบริบทของสินค้าแบบเดิมๆ แต่ปัจจุบันสินค้าหลายประเภทมีความซับซ้อนมากขึ้น มีมูลค่าสูงขึ้น และอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งหากเกิดความชำรุดบกพร่อง ผลกระทบย่อมกระทบต่อชีวิตประจำวัน ความปลอดภัย และภาระทางเศรษฐกิจของประชาชนโดยตรง
นอกจากนี้ กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดลำดับสิทธิของผู้บริโภคไว้อย่างชัดเจน เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบว่าตนมีสิทธิขอซ่อม ขอเปลี่ยนสินค้า ขอลดราคา หรือ ขอเลิกสัญญาได้ในกรณีใดบ้าง และผู้ขายเองก็ขาดหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการปฏิบัติ ส่งผลให้เกิดข้อโต้แย้งและข้อพิพาทจำนวนมากที่ยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น
ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อ และผู้ขายให้มีความชัดเจน สร้างกลไกการเยียวยาที่เป็นธรรม ลดภาระการพิสูจน์ของผู้บริโภค และ
ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทยให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และมาตรฐานที่ใช้กันในต่างประเทศ
โดยสาระสำคัญประการแรกของร่างฉบับพรรคเพื่อไทย คือ การกำหนดสิทธิของผู้ซื้อในการขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ภายใน 14 วัน หากพบความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่มีระบบเครื่องยนต์ ผู้ขายต้องดำเนินการเปลี่ยนสินค้าให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น และไม่ต้องเริ่มต้นการเป็นเจ้าของสินค้าด้วยการนำสินค้าใหม่ไปเข้าซ่อม
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การลดภาระการพิสูจน์ของผู้บริโภค โดยกำหนดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่า หากสินค้าปรากฏความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือไว้ก่อนว่าความบกพร่องดังกล่าวมีอยู่ตั้งแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์เป็นอย่างอื่นได้ โดย สินค้าทั่วไปกำหนดระยะเวลาไว้ 6 เดือน รถจักรยานยนต์ 1 ปี และรถยนต์ 2 ปี
หลักการเช่นนี้เป็นการปรับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เพราะประชาชนทั่วไปย่อมไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางเทคนิคหรือพยานหลักฐานในระดับเดียวกับผู้ผลิตหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ได้
นอกจากนั้น ร่างกฎหมายยังได้กำหนดลำดับขั้นตอนการใช้สิทธิไว้อย่างชัดเจน โดยเมื่อพ้นระยะ 14 วันแรก ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้า โดยผู้ขายต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือ 60 วันสำหรับยานยนต์ หากผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซมได้ภายในกำหนด ผู้ซื้อมีสิทธิเลือกเปลี่ยนสินค้า ลดราคา หรือบอกเลิกสัญญาและขอคืนเงินได้ โดยไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงกำหนดให้ความชำรุดบกพร่องครอบคลุมถึงซอฟต์แวร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสินค้า ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบช่วยขับขี่ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ อุปกรณ์ในระบบ Internet of Things (IoT) เพราะในโลกปัจจุบัน ความเสียหายของซอฟต์แวร์สามารถทำให้สินค้าไม่สามารถใช้งานได้ หรือส่งผลต่อความปลอดภัยได้ไม่ต่างจากความเสียหายของตัวสินค้าในเชิงกายภาพ
ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคำนึงถึงผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าโดยการผ่อนชำระหรือใช้สินเชื่อ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยกำหนดให้ได้รับความคุ้มครองในระดับเดียวกับผู้ซื้อเงินสด และเปิดโอกาสให้สามารถเลื่อนชำระค่างวดในช่วงที่สินค้าอยู่ระหว่างการซ่อมได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระผ่อนชำระสินค้าที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หากความชำรุดบกพร่องกระทบต่อระบบสำคัญ เช่น ระบบเบรก ระบบพวงมาลัย หรือระบบไฟฟ้าหลัก ผู้บริโภคย่อมควรได้รับการเยียวยาในระดับที่เหมาะสม ทั้งสิทธิในการขอเปลี่ยนสินค้าใหม่หรือการบอกเลิกสัญญา เนื่องจากปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้และบุคคลอื่นบนท้องถนน
ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้ประกอบธุรกิจ โดยกำหนดให้ผู้ขายสามารถคิดค่าเสื่อมสภาพจากการใช้งานจริงได้ในกรณีมีการบอกเลิกสัญญา เพื่อให้ภาระของทั้งสองฝ่ายอยู่บนพื้นฐานที่เหมาะสม และยังมีการกำหนดอายุความในการฟ้องร้องไว้อย่างชัดเจน โดยสินค้าทั่วไปมีอายุความหนึ่งปี ส่วนยานยนต์ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า มีอายุความสองปีนับแต่วันที่พบความชำรุดบกพร่อง
รวมทั้ง ไม่นำระยะเวลาที่อยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ยมานับรวมเป็นอายุความ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
หลักการในลักษณะนี้มิใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ ในประเทศสิงคโปร์ ก็มีกฎหมาย Lemon Law ที่ถูกระบุไว้ในส่วนที่ 3 ของ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (การค้าที่เป็นธรรม) (Consumer Protection (Fair Trading) Act (CPFTA)) กำหนดหลักสันนิษฐานว่าหากพบความชำรุดบกพร่องภายในหกเดือนหลังการส่งมอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าความบกพร่องนั้นมีอยู่ตั้งแต่ต้น เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์เป็นอย่างอื่น และ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ขายหลีกเลี่ยงความรับผิดด้วยการติดป้ายว่า “ไม่รับคืน” หรือ “ขายตามสภาพ” โดยมีกลไกการร้องเรียนผ่านองค์กรผู้บริโภคและศาลคดีมโนสาเร่ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ และไม่จำเป็นต้องมีทนายความเข้ามาดำเนินคดีแทน
ส่วนประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศใช้กฎหมาย Product Liability Law (PL Law) ตั้งแต่ปี 1994 เพื่อกำหนดความรับผิดของผู้ผลิตต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของสินค้า โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้า และความคาดหมายที่ผู้บริโภคพึงมีต่อการใช้งานสินค้า ซึ่งเป็นหลักการที่สอดคล้องกับแนวคิดในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้ยานยนต์ที่กำหนดไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้
อีกด้านหนึ่ง ร่างฉบับนี้มีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเมื่อสินค้ามีมาตรฐานความรับผิดที่ชัดเจน จะช่วยส่งเสริมการออกแบบสินค้าที่ทนทาน ซ่อมแซมได้ และใช้งานได้ยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นการลดการสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ และลดภาระผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกินจำเป็นจากการบริโภคที่ไม่ยั่งยืน เราเห็นจากความสำเร็จของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีคำสั่ง Directive 2024/1799 ว่าด้วยกฎเกณฑ์ทั่วไปที่ส่งเสริมการซ่อมแซมสินค้า ที่ก้าวหน้าไปไกลถึงขั้นกำหนดให้สินค้าต้องซ่อมง่ายและชำรุดยาก เพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่มีความคงทนสูง ใช้ได้นาน ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการซื้อขายสินค้าในยุคปัจจุบัน ให้ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม และให้ผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริตสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาที่แน่นอนได้มากขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคและการยกระดับมาตรฐานสินค้าในประเทศไทยในระยะยาว
#เพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #ขัตติยาสวัสดิผล #LemonLaw #ความชำรุดบกพร่องของสินค้า