‘จาตุรนต์ ฉายแสง’ สส.เพื่อไทย ย้ำ 20 กว่าล้านเสียงประชามติ คือคำสั่งประชาชน ต้องใช้ผลักดันแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการ PRIDI Talks #35 : 126 ปีชาตกาล ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในหัวข้อ “จากมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้นธารสู่การปฏิรูปองค์กรอิสระ” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

.

นายจาตุรนต์กล่าวตอนหนึ่งถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า หากต้องการแก้ปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง ต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการแก้รายมาตรา หรือแก้เฉพาะบางประเด็น เช่น ที่มาและอำนาจขององค์กรอิสระ เพราะขณะนี้ปัญหาทางการเมืองไทยได้กลายเป็น “ระบบใหญ่” ที่โยงกันไปหมด ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ สว. ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และพรรคการเมือง

.

นายจาตุรนต์ กล่าวว่าหากเราเดินหน้าแก้เฉพาะรายประเด็น อาจทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ “เสียศูนย์” และ “เสียโมเมนตัม” ทั้งที่ขณะนี้มีฐานสำคัญที่สุดอยู่แล้ว คือผลประชามติที่ประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงแสดงเจตจำนงให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

.

“ต้องใช้มติประชามหาชนให้เป็นประโยชน์ ผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องถือเรื่องนี้เป็นหลักก่อน เพราะมีเสียงประชาชนตั้ง 20 กว่าล้านเสียงสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ”

.

ชี้ สว.–องค์กรอิสระ–พรรคการเมืองเชื่อมโยงกัน เสี่ยงทำให้การตรวจสอบคอร์รัปชันเป็นอัมพาต

.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ปัญหาของระบบการเมืองปัจจุบันไม่ใช่เพียงการที่พรรคการเมืองและนักการเมืองถูกกำกับควบคุมโดยองค์กรอิสระเท่านั้น แต่วันนี้ได้เกิดระบบที่ สว. องค์กรอิสระ และฝ่ายการเมืองบางส่วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดย สว. มีบทบาทในการคัดเลือกและรับรององค์กรอิสระ ขณะที่ฝ่ายการเมืองบางส่วนก็มีความเชื่อมโยงกับ สว. ทำให้กลไกที่ควรตรวจสอบอำนาจรัฐอาจไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ

.

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ระบบเช่นนี้จะทำให้การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันอ่อนแอลงอย่างมาก เพราะเมื่อฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเมือง สว. และองค์กรอิสระเชื่อมโยงกัน กลไกที่ควรตรวจสอบฝ่ายบริหารก็อาจถูกควบคุมเสียเอง จนกลายเป็นระบบที่เปิดช่องให้คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้มากขึ้น และเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง

.

เตือนแก้รายมาตราอาจถูกตั้งคำถามว่าไม่มีประชามติรองรับ

.

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวต่อว่าหากเลือกแก้รัฐธรรมนูญเป็นบางมาตราเพื่อแก้ปัญหาข้างต้น อาจถูกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโต้แย้งได้ว่า ประชาชนไม่เคยลงประชามติในเรื่องนั้นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ และอาจนำไปสู่การไม่ยกมือสนับสนุนในรัฐสภา

.

แต่หากเป็นการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะอ้างเช่นนั้นได้ยาก เพราะพรรคการเมืองหลายพรรคเคยหาเสียงไว้ว่าจะรอดูผลประชามติว่าประชาชนต้องการอย่างไร และขณะนี้ผลประชามติก็ชัดเจนแล้วว่าประชาชนเสียงท่วมท้นต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

.

“การแก้รัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องนโยบายของพรรคการเมือง แต่เป็นคำสั่งของประชาชน พรรคการเมืองที่มีเสียงเกินกว่า 100 เสียง หรือประชาชนที่เข้าชื่อเสนอ จึงควรร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ” 

.

เห็นด้วยแก้กฎหมายลูก แต่ต้องไม่ลืมภาพใหญ่

.

นายจาตุรนต์กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับการแก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ยินดีสนับสนุน หากมีการเสนอแก้ไขเข้ามา แต่ต้องเข้าใจว่าการแก้กฎหมายลูกต้องทำในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งหมายความว่าเสียงของ ส.ส. และ สว. จะมีบทบาทกำหนดเนื้อหาสำคัญ

.

หากมีพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรายประเด็น ก็พร้อมเข้าไปร่วมพิจารณาเพื่อทำให้เนื้อหาออกมาดีที่สุด แต่ไม่ควรทำให้สังคมลืมเป้าหมายหลัก คือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับตามเจตนารมณ์ของประชาชน

.

นายจาตุรนต์กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้ผลประชามติให้เป็นประโยชน์ และเดินหน้าไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงข้อเสนอของพรรคการเมือง แต่เป็นเจตจำนงของประชาชนที่แสดงออกมาแล้วอย่างชัดเจน

.

#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #วันปรีดีพนมยงค์