“รมช.วัชระพล” ประกาศยกระดับประมงไทย ชู “BLUE Transformation” ทวงคืนผู้นำเวทีโลกอีกครั้ง พร้อมผลักดันฟื้นฟูทรัพยากร นำงานวิจัยเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานกรมประมง ณ ห้องประชุมอานนท์ อาคารโอเชียน สกายไลท์ กรมประมง เพื่อมอบแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและข้าราชการกรมประมง โดยมี นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมประมง เข้าร่วม
นายวัชระพล กล่าวว่า ได้มอบนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาภาคประมง ภายใต้แนวคิด “BLUE Transformation พลิกโฉมประมงไทย สู่ความยั่งยืน” โดยมุ่งผลักดันฟื้นฟูศักยภาพและยกระดับประมงไทยให้กลับมาเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกอีกครั้ง พร้อมกันนี้ กำชับให้กรมประมงเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสำคัญอย่างรอบด้าน ทั้งการช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง การรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ตลอดจนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ โดยได้สั่งการให้กรมประมงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือชาวประมงทั้งภาคประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์อย่างเร่งด่วน พร้อมวางกรอบการทำงานที่ชัดเจน โดยให้รายงานความคืบหน้าทั้งประเด็นเร่งด่วน รวมทั้งแผนงานเชิงนโยบายและการเตรียมความพร้อมระยะต่อไปโดยเร็ว
นายวัชระพล กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานจากนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพลิกฟื้นภาคประมงไทยอย่างจริงจัง โดยชูแนวคิด “BLUE Transformation” เป็นกรอบนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานของกรมประมง ประกอบด้วย
B : Biodiversity & Balance มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจประมงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการเร่งแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยสั่งการให้กรมประมงรายงานสถานการณ์อย่างถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบันทุกวัน เพื่อให้สามารถประเมินการแพร่ระบาดและวางแผนรับมือได้ทันท่วงที พร้อมยกระดับการทำงานให้เข้มข้นมากขึ้น โดยกำหนดมาตรการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาด การเร่งกำจัด และการนำปลาไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ขณะเดียวกัน กรมประมงได้สนับสนุนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งปลาแดดเดียว น้ำปลา ปลาร้า รวมถึงการนำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเริ่มเกิดผลเชิงรูปธรรมและมีเกษตรกรหลายพื้นที่นำไปใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อช่วยลดปริมาณการแพร่ระบาดควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตต่อไป
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการัง ระบบนิเวศทางทะเล แหล่งน้ำธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในทะเลและแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำไทย ฟื้นฟูแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ และจัดทำแหล่งพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง
L : Livelihood & Local Empowerment & Legal Justification มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงและสร้างความเป็นธรรมในระบบ โดยเฉพาะการเร่งผลักดันกฎหมายลูกที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ ให้สามารถออกมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยเร็ว พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมประมงเร่งหารือกับหน่วยงานด้านพลังงาน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานและเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มประมง พร้อมกับได้เน้นการยกระดับสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน “ร้าน Fisherman Shop” รวมถึงผลักดันสินค้าในชุมชนให้สามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
U : Upgrading Technology มุ่งยกระดับภาคประมงสู่เกษตรอัจฉริยะ สอดคล้องกับนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผลักดันระบบ Smart Fisheries ทั้งในภาคประมงน้ำจืดและน้ำทะเล พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในการบริหารจัดการภาคประมง และมอบให้พัฒนา Mobile Application และระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อส่งต่อข้อมูลสำคัญให้ชาวประมงและเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ น้ำท่วม น้ำแล้ง หรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ รวมถึงส่งเสริมให้สำนักงานประมงในระดับพื้นที่มีเครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพน้ำที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานภาคสนามอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังกล่าวถึงงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยจำนวนมากที่มีศักยภาพสูง แต่ที่ผ่านมาไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ จึงต้องผลักดันให้งานวิจัยจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานวิชาการ ถูกนำไปประยุกต์ใช้จริง และถ่ายทอดต่อไปยังเกษตรกรและชาวประมงให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
E : E-Traceability & Export standards มุ่งยกระดับมาตรฐานการส่งออกและระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าระหว่างประเทศ โดยย้ำว่าต้องรักษามาตรฐานสินค้าให้ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายผลักดัน “Product Champion” หรือสินค้าประมงศักยภาพสูงของไทยให้ก้าวสู่ตลาดพรีเมียม อาทิ “ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” รวมถึง “ปลากะพงทอง จังหวัดอุดรธานี” ที่มีศักยภาพในการยกระดับเป็นสินค้าพรีเมียมของประเทศ
“ผมพร้อมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับกรมประมง เพราะเชื่อมั่นว่าบุคลากรทุกคนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวประมง ขอให้ช่วยดูแลคุณภาพชีวิต สวัสดิการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการทำงานอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทั่วประเทศ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของกรมประมงไทย เราจะร่วมกันพาภาคประมงของประเทศไทยกลับมาเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอีกครั้ง ซึ่งได้กำชับให้ผู้บริหารทุกหน่วย เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการที่มีรายละเอียดชัดเจน ทั้งด้านงบประมาณ เป้าหมาย ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบ พร้อมรายงานผลความคืบหน้าในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” รมช.วัชระพลกล่าว
#เพื่อไทย #วัชระพลขาวขำ #กรมประมง #BLUE