‘สุชาติ ธาดาธำรงเวช’ ชี้รัฐควรเร่งปฏิรูประบบราชการ ลดงบประมาณซ้ำซ้อน ลดทุจริตภาครัฐ ดีกว่าขึ้นภาษีประชาชน ติงกู้เงิน 4 แสนล้านมาแจก หวั่นประเทศหมดอนาคต

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปฏิรูประบบภาษีให้มีประสิทธิภาพ โดยแสดงความเห็นด้วยกับการจัดสรรสัดส่วนภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพิ่มขึ้น แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพื่อลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นอย่างจริงจัง

.

ศ.สุชาติ ระบุว่า ปัจจุบันยังพบปัญหาการทุจริตเชิงประจักษ์ในท้องถิ่น เช่น กรณีเสาไฟกินรี หรือเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ในภาพรวมของประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องลดรายจ่ายที่เกิดจากการทุจริตและการทำงานที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการ โดยชี้ว่าประเทศไทยมีจำนวนกระทรวงและหน่วยงานมากเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าไทยถึง 25 เท่า แต่มีกระทรวงเพียง 12 กระทรวง และมีรัฐมนตรีเพียง 18 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกามีรัฐมนตรี 25 คน จึงเสนอให้ควบรวมหน่วยงานที่ทับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสั่งการและประหยัดงบครองชีพของรัฐ

.

“องค์กรสากลเคยประเมินว่า ประเทศไทยมีงบประมาณรั่วไหลสูงถึงปีละ 100,000 ล้านบาท หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการและอุดรอยรั่วตรงนี้ได้ ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ภาษีที่จัดเก็บได้จะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราภาษีให้เป็นภาระแก่ประชาชน” ศ.สุชาติ กล่าว

.

ศ.สุชาติ ยังได้แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมกู้เงินเพิ่มอีก 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินโครงการแจกเงิน โดยเน้นย้ำว่าตามหลักสากลและตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ เงินกู้ต้องนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต ไม่ใช่กู้มาเพื่อการบริโภคประเภทที่ใช้แล้วหมดไป เพราะจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงขึ้น และทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้สินโดยไม่มีอนาคต

.

ในส่วนของนโยบายภาษี ศ.สุชาติ เสนอว่าหากมีความจำเป็นต้องจัดเก็บภาษีเพิ่ม ควรเล็งเป้าหมายไปที่ “ภาษีเงินได้และทรัพย์สิน” มากกว่าการที่จะไปปรับเพิ่ม “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยได้ยกวาทะของ โรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่า หากรัฐบาลสัญญาจะให้ทุกสิ่งแก่ประชาชน รัฐบาลก็ย่อมจะยึดทุกสิ่งไปจากประชาชนผ่านการเก็บภาษีเช่นกัน ดังนั้น การปล่อยให้เงินอยู่ในมือของประชาชนเพื่อจับจ่ายใช้สอยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

.

ตอนท้าย ศ.สุชาติ สรุปว่า ทางออกในการเพิ่มรายได้ภาษีของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การรีดภาษีจากประชาชนท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง แต่รัฐบาลต้องมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาการผูกขาดของภาคเอกชน เพื่อลดภาระค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ของประชาชน พร้อมทั้งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป

.

#พรรคเพื่อไทย #สุชาติธาดาธำรงเวช #ประชุมสภา #ปฏิรูประบบภาษี