‘นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย’ แนะ รัฐต้องอุดช่องว่างงบปี 70  ชี้ การลดงบพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบางจะสวนทางกับวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาสังคมสูงวัย

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร นายแพทย์โอชิษฐ์  เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในมิติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยสะท้อนความห่วงใยต่อกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ยากไร้ ที่กำลังเผชิญ “3 วิกฤตรุมสุม” ประกอบด้วย วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตโครงสร้างประชากร และวิกฤตสิ่งแวดล้อม

.

นพ.โอชิษฐ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันบีบบังคับให้กลุ่มเปราะบางต้องต่อสู้ในสภาพที่ไม่พร้อม วิกฤตค่าครองชีพนำไปสู่ความเครียดในครอบครัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความรุนแรงในบ้านที่สูงถึงเฉลี่ยวันละ 11 ราย (จากสถิติปี 2568) ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ในปี 2576 โดยมีผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน ทว่าวัยแรงงานกลับลดลงต่อเนื่อง วิกฤตเหล่านี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องปรับวิธีคิดและโครงสร้างทั้งระบบ

.

สส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลต่อการจัดสรรงบประมาณปี 2570 โดยพบว่า งบประมาณด้านการพัฒนาคนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางกลับถูกปรับลดลงอย่างน่าใจหาย ได้แก่:

.

-งบพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพ ลดลงกว่า 68%

-งบสร้างอาชีพและรายได้ ลดลงกว่า 54%

-งบฝึกอาชีพ ลดลงกว่า 23%

.

“การตัดงบส่วนนี้ทำให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องทำงานด้วยมือข้างเดียว คือช่วยฉุดเขาขึ้นมา แต่สุดท้ายไม่มีงบพัฒนาอาชีพให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เขาล้มลงไปเหมือนเดิม” นพ.โอชิษฐ์ ระบุ

.

อย่างไรก็ตาม นพ.โอชิษฐ์ ได้แสดงความสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ “การสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัย” ซึ่งเปรียบเสมือนฐานรากสำคัญของชีวิต โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ:

.

-บ้านที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ปลอดภัย:  ในวงเงินงบประมาณ 541 ล้านบาทของกรมกิจการผู้สูงอายุในการปรับปรุงบ้านตามหลัก Universal Design และงบ 242 ล้านบาทสำหรับคนพิการ แต่ยังคงแสดงความห่วงใยว่าจำนวนนี้ครอบคลุมไม่ถึง 1% ของผู้สูงอายุทั้งหมด พร้อมสนับสนุนนโยบาย “1 ตำบล 1 ผู้บริบาล” เพื่อสร้างงานและดูแลผู้สูงอายุในชุมชน

.

-บ้านที่ไม่มั่นคง (ผู้มีรายได้น้อย): สนับสนุนงบ 1,200 ล้านบาท ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในการสร้างบ้านพอเพียงและบ้านมั่นคงกว่า 20,000 หลัง รวมถึงโครงการของการเคหะแห่งชาติ แต่ชี้ว่ายังมีอีกกว่า 100,000 ครัวเรือนที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของโครงการเรือธงอย่าง “บ้านเพื่อคนไทย” และ “Senior Complex” ที่ไม่ปรากฏในงบปี 2570

.

-บ้านสำหรับคนเร่ร่อนและผู้เผชิญความรุนแรง: สนับสนุนการยกระดับสถานสงเคราะห์ 11 แห่งให้มีห้องปลอดฝุ่นและศูนย์ฝึกทักษะชีวิต รวมถึงการสร้างบ้านพักเด็กและครอบครัวเพิ่มขึ้น

.

นอกจากนี้  นพ.โอชิษฐ์ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางที่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นผลักดันเพื่อเปลี่ยนจาก “รัฐสงเคราะห์” เป็น “รัฐสนับสนุน” เพื่อให้กลุ่มเปราะบางกลับมายืนได้อย่างเข้มแข็ง ประกอบด้วย:

.

-งบประมาณอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาทแบบถ้วนหน้า

-การนำระบบ AI มาใช้กระจายงบประมาณ ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

-การผลักดันกฎหมายสำคัญ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และ ร่าง พ.ร.บ. Universal Design

-การปฏิรูปกฎหมาย (ม.33/ม.35) เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการเข้าถึงการจ้างงานอย่างทั่วถึง ผ่านศูนย์สร้างสุข 76 จังหวัด

.

“กระผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 และเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยมองเห็นศักยภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ว่าพวกเขาไม่ใช่ภาระ แต่เป็นกำลังสำคัญที่พร้อมจะลุกขึ้นยืนและร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต” นพ.โอชิษฐ์ กล่าวสรุป

.

#พรรคเพื่อไทย #โอชิษฐ์เกียรติก้องชูชัย  #งบประมาณปี70 #ประชุมสภา