‘พชร’ ชี้สำนักงบฯ หั่นเงินสร้างอนาคตชาติ ดับฝัน ‘4 ปี 4 ล้านคน’ ชี้ตัดงบ AI-EV เหลือ 0 บาท ย้อนแย้งนโยบายรัฐบาล ดันไทยดิ่งเหวรั้งท้ายยุคเอไอ

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร  นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เปิดฉากอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงถึงทิศทางการจัดสรรงบประมาณของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการดิสรัปชันของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงานเพราะทักษะไม่ตรงกับความต้องการของโลกอนาคต

.

นายพชร ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการยกระดับทุนมนุษย์ผ่านนโยบาย “เรียนได้เงิน จบได้งาน 4 ปี 4 ล้านคน” เพื่อพาประเทศไปสู่เศรษฐกิจคุณภาพสูง โดยมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นต้นน้ำสร้างความรู้ และกระทรวงแรงงานเป็นปลายน้ำสร้างอาชีพ

.

ทั้งนี้ นายพชร ได้กล่าวยื่นชมผลงานของกระทรวง อว. ที่ตอบโจทย์ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 2 เรื่องหลัก คือ

.

-การปลดล็อกระบบ TCAS 70 โดยร่วมมือกับ ปตท. สนับสนุนค่าสอบให้กับเด็กยากจนรายละ 3,150 บาท ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ ให้ความจนไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนหมอหรือวิศวกรอีกต่อไป

.

-การเดินหน้าโครงการ Higher Education Sandbox ปลดล็อกกฎกระทรวงที่ล้าหลัง ช่วยให้มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรระยะสั้นร่วมกับเอกชน “สอนปุ๊บ จบมาทำงานปั๊บ” ได้ทันที

.

“ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลกำลังเดินหน้าถูกทิศถูกทาง แต่ผมกลับต้องใจหายเมื่อเห็นสิ่งที่สำนักงบประมาณทำ คือการตัดปีกทุนวิจัย นวัตกรรม และทุนมนุษย์ของประเทศทิ้งอย่างไม่ใยดี” นายพชร กล่าว

.

สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยตัวเลขงบประมาณที่ถูกตัดลดอย่างน่าตกใจ ดังนี้:

.

-กองทุน ววน. (พัฒนาทุนวิจัยและนวัตกรรม) ถูกตัดหายไปกว่า 6,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท
.

-โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ (หัวใจของการเรียนคู่การฝึกงานจริงกับเอกชน) ถูกหั่นจาก 557 ล้านบาท เหลือเพียง 127 ล้านบาท หรือหายไปถึง 77%

.

-ระบบธนาคารหน่วยกิต (National Credit Bank) ถูกตัดงบหายไป 68%

.

นายพชร เตือนว่า การจัดสรรงบประมาณเช่นนี้จะทำให้ระบบเทียบโอนหน่วยกิตและการทำหลักสูตรล่มสลาย และนโยบาย “เรียนได้เงิน จบได้งาน” จะพังทลาย นำการศึกษาไทยกลับไปสู่หายนะเดิมๆ คือเรียนจบมาแต่ไม่มีงานทำ นอกจากนี้ ยังฝากถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. (ในฐานะประธานบอร์ด) เกี่ยวกับโครงการ Skill Credit Portfolio (ที่คล้ายกับ SkillFuture ของสิงคโปร์) ว่าสามารถทบทวนความโปร่งใสของ TOR ได้ แต่ “ห้ามยกเลิก” เพราะนี่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ประชาชนรู้ว่าต้องอัพสกิลอย่างไรเพื่อเพิ่มเงินเดือน

.

ไม่เพียงแค่งบประมาณกระทรวง อว. เท่านั้น นายพชร ยังชี้ให้เห็นถึง “ความย้อนแย้งขั้นสุด” ในงบประมาณของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเปรียบเสมือนสมองและกล้ามเนื้อที่จะสร้างแรงงานยุคใหม่ โดยระบุว่า งบประมาณสำหรับจ้างที่ปรึกษาวิเคราะห์ทักษะตลาดแรงงาน การทำ AI Sandbox และการพัฒนาทักษะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมกว่า 225 ล้านบาท ถูกสำนักงบประมาณหั่นทิ้งจนเหลือ “ศูนย์บาท”

.

“ท่านประธานฟังไม่ผิดครับ จาก 200 กว่าล้านถูกปรับลดเหลือ 0 บาท แล้วเราจะสร้างแรงงานแห่งอนาคตไปแข่งขันหรือตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติได้อย่างไร ถ้าแม้แต้งบทำเรื่อง AI หรือ EV ยังไม่มีให้กระทรวงแรงงานสักบาทเดียว”

.

ในช่วงท้าย นายพชร ได้ยื่นข้อเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ขอให้ทบทวนและจัดสรรงบประมาณในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์ ทั้งโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ คลังหน่วยกิต และการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้กลับคืนมา เพื่อให้กระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

พร้อมทิ้งท้ายว่า หากสำนักงบประมาณยังคิดและจัดสรรงบแบบเดิม นโยบายเรือธง “4 ปี 4 ล้านคน” จะกลายเป็นเพียงความฝันบนหน้ากระดาษ ประเทศไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในยุค AI และเศรษฐกิจคุณภาพสูงจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน

.

#พรรคเพื่อไทย #พชรจันทรรวงทอง  #งบประมาณปี70 #ประชุมสภา