ส.ส. ชาญชัย คำจำปา ชี้ สปสช. อัดงบเพิ่มแล้ว บริการต้องดีขึ้น พร้อมแนะรัฐบาล-สปสช. ลองปรับเกณฑ์จัดสรรงบตาม ‘ระยะทางและความจำเป็น’ หนุนดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ห่างไกล

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569  นายชาญชัย คำจำปา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.นครพนม อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้หารือรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ 2568 โดยชื่นชมความสำเร็จของนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” พร้อมฝากข้อเสนอแนะเชิงนโยบายถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพ राष्ट्रीय (สปสช.) และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและการเงินของโรงพยาบาลให้มีความมั่นคงยั่งยืน

.

นายชาญชัย ระบุว่า ภาพรวมงบประมาณของ สปสช. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 ได้รับงบประมาณ 217,629 ล้านบาท และปี 2568 ขยับขึ้นเป็น 236,387 ล้านบาท (อัตราเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มจาก 3,472 เป็น 3,856 บาท) ซึ่งครอบคลุมประชากรผู้มีสิทธิ์บัตรทองกว่า 47 ล้านคน หรือเกือบ 70% ของประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่องบประมาณเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ “ประชาชนต้องได้รับการบริการที่ดีขึ้น และโรงพยาบาลต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง”

.

จากการลงพื้นที่และในฐานะกรรมาธิการสาธารณสุข นายชาญชัย ได้สะท้อนประเด็นสำคัญที่ควรปรับปรุง 4 ข้อหลัก ได้แก่

.

-ลดความยุ่งยากและระยะเวลารอคอย: เสียงสะท้อนจากประชาชนพบว่ายังคงต้องการให้เพิ่มช่องทางการบริการให้เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

.

-แก้ปัญหาบุคลากรสาธารณสุขไหลออก (สมองไหล): ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีบุคลากรสาธารณสุขลาออกกว่า 20,000 คน โดยเฉพาะแพทย์ที่มีอัตราไหลออกเฉลี่ย 600–800 คนต่อปี และพยาบาลจบใหม่ที่ลาออกสูงถึง 18.86% ในปีแรก และ 25% ในปีที่สอง จึงจี้ให้ สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างมาตรการจูงใจเพื่อรักษาบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในระบบ

.

-ปรับเกณฑ์จัดสรรงบประมาณดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง: เสนอให้พิจารณาปัจจัยด้าน “ระยะทางและการเข้าถึง” ควบคู่ไปกับจำนวนประชากร เพื่อให้พื้นที่ห่างไกลได้รับการสนับสนุนระบบดูแลระยะยาว (Long-term Care) อย่างเพียงพอ พร้อมหนุนให้แพทย์ครอบครัวและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

.

-ลงทุนเชิงป้องกันมากกว่ารักษา: เน้นย้ำให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นเหตุ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะยาว

.

ทั้งนี้ นายชาญชัย ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ซึ่งต่อยอดจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคในยุครัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยในปี 2568 มีผู้เข้าถึงบริการแล้วกว่า 14 ล้านคน และรับบริการไปกว่า 45 ล้านครั้ง ช่วยลดภาระการเดินทางของประชาชนในการไปรับบริการที่หน่วยบริการใกล้บ้าน ตลอดจนการขยายบริการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต) และกลุ่มเปราะบาง

.

“ผมอยากเห็นประชาชนมีสุขภาพดี โรงพยาบาลอยู่ได้ บุคลากรมีกำลังใจในการทำงาน และระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายชาญชัย กล่าวทิ้งท้าย

.

#พรรคเพื่อไทย #ชาญชัยคำจำปา #สปสช #30บาทรักษาทุกที่ #ประชุมสภา