“จุลพันธ์” ลงพื้นที่จันทบุรี หารือผู้ประกอบการค้าพลอย-ชาวประมง พร้อมเดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจ ดันศักยภาพจังหวัดรอง สร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

วันที่ 12 มกราคม 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ เขต 1 นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ เบอร์ 3, เขต 2 นายจารึก ศรีอ่อน เบอร์ 2 และเขต 3 นายเกรียงเดช เข็มทอง เบอร์ 7

ลงพื้นที่หาเสียงและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

.

ช่วงเช้าเวลา 07.15 น. นายจุลพันธ์ พร้อมคณะผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่เดินพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ ตลาดน้ำพุ อำเภอเมือง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้น เวลา 09.00 น. คณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการอัญมณี ซึ่งสะท้อนปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดแคลนวัตถุดิบพลอยก้อน เนื่องจากในพื้นที่แทบไม่เหลือแหล่งผลิตแล้ว จึงต้องการให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้า ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าให้เหมาะสมและเป็นธรรม สนับสนุนเครื่องมือและเครื่องตรวจสอบอัญมณี รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออกใหม่ ๆ และการสนับสนุนการออกบูธแสดงสินค้าในต่างประเทศ

.

นายจุลพันธ์ ได้กล่าวถึงปัญหาด้านประมง ในประเด็นพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและประมงชายฝั่งสะท้อนผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประมงตั้งแต่ยุค คสช. โดยเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเรือเข้า–ออกที่ยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ภาครัฐปรับปรุงกระบวนการให้คล่องตัว ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล

.

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการฟื้นฟูทะเลชายฝั่งและสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรเสื่อมโทรม สัตว์น้ำลดลง โดยการวาง “ซั้งกอ” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องทุกปี พร้อมทั้งเสนอแนวคิดนำเรือประมงขนาดใหญ่ที่เลิกใช้งานแล้วไปจมเป็นปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและป้องกันเรือลากอวนขนาดใหญ่รุกล้ำเขตน้ำตื้น

.

ส่วนประเด็นปัญหาที่ดิน พี่น้องประชาชนสะท้อนความเดือดร้อนจากการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่ป่าในอำเภอแก่งหางแมว ซึ่งกว่า 90% ของประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทั้งที่อยู่อาศัยและทำกินมาเป็นเวลานาน จึงขอให้ภาครัฐเร่งพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน รวมถึงปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่ โดยเสนอให้มีการทำแนวกำแพงไม้ไผ่เพื่อลดการกัดเซาะ รวมถึงปัญหาช้างป่า ที่เข้ามาทำลายพืชสวนและก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และจัดสรรงบประมาณก่อสร้างคูกั้นช้างเพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ชุมชน

.

ในด้านการท่องเที่ยว นั้น ได้หารือผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงกว่า 90% จึงขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในจังหวัดจันทบุรีปลอดภัย ไม่มีการสู้รบ พร้อมผลักดันการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ในจังหวัด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

.

นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับฟังทุกปัญหาและข้อเสนอแนะ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและได้เป็นรัฐบาล จะนำไปวางแผนแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

.

“ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง คิดเป็นกว่า 30% ของจีดีพีประเทศ แต่การพัฒนายังกระจุกตัวอยู่ในชลบุรีและระยอง ทำให้คนจันทบุรีจำนวนมากต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ พรรคเพื่อไทยมองเห็นช่องว่างนี้ และต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพในจังหวัดของตัวเอง ทั้งภาคท่องเที่ยว เกษตร และการสร้างผู้ประกอบการใหม่” นายจุลพันธ์กล่าว

.

นายจุลพันธ์ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้ายกระดับสังคมและเศรษฐกิจ ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังจังหวัดรอง เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ให้คนในพื้นที่ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง ลูกหลานได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกบ้านเกิด

.

สำหรับคณะพรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ,

นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, และ นายสักเดช สว่างไสว ผู้สมัคร สส.ตราด เขต 1 เบอร์ 5

.

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยเบอร์9 #คนไทยไร้จน #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้