กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ร่วมสวดพระอภิธรรมศพเหยื่อเครนถล่มสีคิ้ว ชี้เงินเยียวยา 1.34 ล้านช่วยได้แค่ระยะสั้น ตั้งคำถามเครื่องจักร–มาตรฐานผู้รับเหมา พร้อมชี้ต่างประเทศเอาผิดจริงเมื่อประชาชนเสียชีวิต

เมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม 2569 กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เขตบางนา–พระโขนง ร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างถล่มในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมให้กำลังใจผู้ที่ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

.

กวีวงศ์กล่าวว่า เงินเยียวยาจำนวน 1,340,000 บาท ที่รัฐบาลมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต แม้เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นและมีความหมายทางจิตใจ แต่ในความเป็นจริง ก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสีย โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูกเล็ก และเป็นเสาหลักในการหารายได้ ซึ่งผลกระทบจะติดตัวครอบครัวไปตลอดชีวิต

.

“เงินเยียวยาช่วยได้ในวันแรก แต่ไม่สามารถทดแทนรายได้ในอนาคต ความมั่นคงของครอบครัว หรือโอกาสของลูกได้ ความสูญเสียแบบนี้ประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้”

.

กวีวงศ์ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่า เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการก่อสร้างของรัฐมีความพร้อมและปลอดภัยเพียงใด มีการตรวจสอบสภาพการใช้งานอย่างจริงจังหรือไม่ หรือมีการใช้เครื่องจักรที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานจนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

.

กวีวงศ์ระบุว่า ประชาชนทั่วไปอาจไม่เข้าใจรายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องจักรก่อสร้าง แต่สิ่งที่ประชาชนเห็นคือ เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำ จึงเป็นเรื่องปกติที่สังคมจะตั้งคำถามว่า วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ผู้รับเหมานำมาใช้ในโครงการของรัฐนั้น ได้มาตรฐานและปลอดภัยจริงหรือไม่

.

พร้อมกันนี้ ยังตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมี มาตรฐานกลางที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณภาพ อายุการใช้งาน และการตรวจสภาพเครื่องจักร ที่ใช้ในโครงการรัฐขนาดใหญ่หรือไม่ และมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพียงใดก่อนอนุญาตให้นำมาใช้งาน โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ใกล้เส้นทางสาธารณะและกระทบประชาชนจำนวนมาก

.

“ประชาชนอาจไม่รู้ว่าเครนใช้งานมากี่ปี ตรวจสภาพล่าสุดเมื่อไร แต่ประชาชนควรมั่นใจได้ว่า เครื่องจักรทุกชิ้นในโครงการรัฐจะไม่กลายเป็นภัยต่อชีวิตของเขา”

.

กวีวงศ์กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจังคือ การบังคับใช้กฎหมายกับผู้รับเหมาเมื่อเกิดความสูญเสียต่อประชาชน โดยยกตัวอย่างแนวทางของหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับชีวิตประชาชนมากกว่าการจบปัญหาด้วยเงินเยียวยา

• ประเทศญี่ปุ่น ใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เข้มงวด หากอุบัติเหตุจากการก่อสร้างทำให้ประชาชนเสียชีวิต ผู้รับเหมาสามารถถูกดำเนินคดีอาญา ถูกเพิกถอนใบอนุญาต และถูกห้ามรับงานรัฐในระยะยาว

• สหราชอาณาจักร มีกฎหมายที่กำหนดความรับผิดชอบของบริษัทและผู้บริหารโดยตรง หากละเลยมาตรฐานความปลอดภัยจนมีผู้เสียชีวิต ผู้บริหารระดับสูงอาจต้องรับโทษทางอาญา ไม่ใช่เพียงค่าปรับ

• สิงคโปร์ ใช้มาตรการเข้มงวดต่ออุบัติเหตุร้ายแรง ผู้รับเหมาที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตอาจถูกสั่งหยุดงานทันที ถูกตัดสิทธิ์ประมูลงานรัฐ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

.

“ประเทศเหล่านี้มองว่าความปลอดภัยของประชาชนคือเส้นแดง หากข้ามเส้นนี้ไป ต้องมีความรับผิดชอบที่จริงจัง ไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วเรื่องจบ”

.

กวีวงศ์ย้ำว่า ประเทศไทยควรทบทวนกฎหมายและระบบกำกับดูแลผู้รับเหมาอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องมาตรฐานเครื่องจักร ความรับผิดของผู้บริหารโครงการ และบทลงโทษที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ชีวิตของประชาชน ถูกมองเป็นต้นทุนของความหละหลวมในการบริหารจัดการ

.

“การพัฒนาประเทศต้องเดินไปพร้อมกับความปลอดภัย หากรัฐจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย ความสูญเสียเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก”

.

#พรรคเพื่อไทย #คนไทยไร้จน #เพื่อไทยเบอร์9 #กวีวงศ์อยู่วิจิตร

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้