TCDC นโยบายต่อเนื่องจากรากฐานยุค ‘ทักษิณ’ สู่ Soft Power ยุค ‘แพทองธาร’ กำลังจะถูกปรับอีกครั้งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในมือ ‘ยศชนัน’ ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปสู่ศูนย์กลางความรู้ระดับโลก
จากรายงานข่าวการประกาศผลการคัดเลือก “โครงการจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งใหม่ (New TCDC)” ใน 10 จังหวัดล่าสุด เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึง ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคไทยรักไทย ต่อเนื่องจนมาถึงพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งใจวางรากฐานและพัฒนามาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี
.
[จากรัฐบาลทักษิณ : วางรากฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย]
.
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center – TCDC) ถือกำเนิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2546 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2548 ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
.
เป้าหมายในยุคการก่อตั้งชัดเจน คือการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ผ่าน “องค์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์” ให้กับนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป TCDC ในช่วงแรกจึงทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางความรู้ แรงบันดาลใจ และการเรียนรู้ ที่เชื่อมโลกความคิดสร้างสรรค์เข้ากับเศรษฐกิจจริง
.
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่รัฐบาลเพื่อไทยนำมาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ยุคต้น
.
[รัฐบาลถัดมา : รักษาและขยายเครือข่าย]
.
แม้ประเทศไทยจะผ่านการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายชุด แต่ TCDC ไม่เคยถูกยกเลิก กลับได้รับการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง มีการขยายกิจกรรมและเครือข่ายไปสู่ภูมิภาค ผ่านรูปแบบ miniTCDC และศูนย์เรียนรู้ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการออกแบบกับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
.
ช่วงเวลานี้สะท้อนว่า TCDC ได้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ของประเทศ ที่รัฐมองเห็นคุณค่าในระยะยาว ไม่ใช่เพียงโครงการเชิงสัญลักษณ์
.
[ปี 2561 : ยกระดับสู่ Creative Economy Agency (CEA)]
.
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2561 เมื่อมีการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ทำให้ TCDC ถูกยกระดับจากศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบ ไปสู่การเป็น กลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
.
บทบาทใหม่ของ TCDC ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ การออกแบบเชิงธุรกิจ การพัฒนา Creative District ไปจนถึงการยกระดับแรงงานสร้างสรรค์ ซึ่งสะท้อนการขยับจาก “แรงบันดาลใจ” ไปสู่ “การสร้างรายได้และโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”
.
[รัฐบาลแพทองธาร : กระจายโอกาส สร้าง Soft Power จากฐานราก]
.
ภายใต้รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกผลักดันอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ผ่านนโยบาย “1 ครอบครัว 1 Soft Power (OFOS)” โดยใช้ TCDC และ CEA เป็นเครื่องมือหลักในการ กระจายโอกาสทางความคิดสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค
.
โครงการจัดตั้ง “New TCDC” ทั้งเฟส 1 และเฟสใหม่ที่ประกาศล่าสุด ครอบคลุมรวมกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นหลักฐานชัดเจนของการนำองค์ความรู้ การออกแบบ และทุนวัฒนธรรม ลงไปเสริมศักยภาพเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเป็น Co-Creation Space, Creative Lab หรือโปรแกรม Upskill/Reskill ที่เชื่อมคนท้องถิ่นกับตลาดจริง
.
[ความต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ]
.
หากมองย้อนตามลำดับเวลา จะเห็นว่า
-รัฐบาลทักษิณ วางรากฐาน
-รัฐบาลถัดมา ตั้ง CEA ยกระดับสู่กลไกนโยบาย
-รัฐบาลแพทองธาร ขยายผลสู่ทั่วประเทศในมิติ Soft Power
.
ภารกิจเหล่านี้ สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่ย้ำให้เห็นว่า การคิด TCDC นั้นไม่ใช่นโยบายฉาบฉวยหรือชั่วคราว แต่เราคิดทุกนโยบายไปในระยะยาว เพื่อมุ่งลงทุน “คน-ความคิด-วัฒนธรรม” ของประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเพื่อการแข่งขัน
.
ในวันที่โลกแข่งขันกันด้วยไอเดีย มากกว่าทรัพยากร วันนี้ พรรคเพื่อไทยจึงผสานความคิดให้เข้ากับวัฒนธรรม โดยใช้เทคโนโลยี ตามแนวทางของ “ดร.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เข้ามาเพื่อสร้าง “นวัตกรรมใหม่” เพราะวันนี้ ความคิดสร้างสรรค์ต้องอยู่คู่กับเทคโนโลยี เพื่อยกเครื่องระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
.
นอกจากนี้ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ได้กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการเปิดศูนย์ TCDC แห่งใหม่ด้วยว่าการเปิด TCDC แห่งใหม่ ไม่ใช่แค่การ “สร้างศูนย์” แต่คือการ “กระจายทุนทางโอกาสที่สำคัญที่สุดของประเทศเป็นทุนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย”
.
เพราะนโยบายเปิดศูนย์แห่งใหม่นี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) เฟสที่ 1 จำนวน 10 แห่ง และในปี พ.ศ. 2568 ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร
ได้มีการเร่งรัดดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับพื้นที่ การออกแบบศูนย์ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด รวมถึงการเตรียมบุคลากร ระบบบริการ และกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ TCDC ทั้ง 10 แห่ง พร้อมเปิดใช้งานจริงในปี 2569
.
นี่คือการวางนโยบายที่ ไม่หยุดแค่ประกาศ แต่เดินหน้าจนเห็นผล และสะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเพื่อไทยที่เชื่อว่า “คน ความคิด และโอกาส” คือหัวใจของอนาคตประเทศไทย
.
นายแพทย์พรหมินทร์ ได้กล่าวต่อว่า แล้วเมื่อมี TCDC แล้วประชาชนได้อะไร?
.
เพราะ TCDC ไม่ใช่อาคาร แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ของประเทศ เมื่อ TCDC กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค จะเกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมในหลายระดับ
.
ระดับประชาชน
• เข้าถึงความรู้ด้านการออกแบบ นวัตกรรม เทรนด์โลก และทักษะใหม่ ๆ ได้ใกล้บ้าน
• ลดต้นทุนการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส
• เปลี่ยนไอเดียให้เป็นอาชีพ และเพิ่มรายได้จริง
.
ระดับชุมชนและจังหวัด
• ต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นและภูมิปัญญาชุมชน
• ยกระดับสินค้า บริการ และการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าเพิ่ม
• เกิดผู้ประกอบการใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่
.
ระดับประเทศ
• ขยายฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ให้เติบโตทั่วประเทศ ไม่กระจุกตัว
• เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยบนเวทีโลก
• วางรากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย “ความคิด ไม่ใช่แค่ทรัพยากร”
.
“เพราะอนาคตของประเทศ ไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ในเมืองใหญ่ แต่ขึ้นอยู่กับว่า ทุกคนมีโอกาสใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากแค่ไหน” นายแพทย์พรหมินทร์ กล่าวในที่สุด
.
อ่านข่าวการประกาศผลจังหวัดที่ได้รับคัดเลือกให้สร้างศูนย์ TCDC แห่งใหม่ ได้ที่นี่ :
.
#พรรคเพื่อไทย #คนไทยไร้จน #เพื่อไทยเบอร์9 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์
.
ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเศรษฐกิจนอกระบบเข้าระบบ เราจะเห็นพื้นที่ที่อยู่ใต้ดิน
อ่านต่อ