“จาตุรนต์” เปิดเวทีเทพหัสดิน ชี้ชัดใครของจริง-ของเก๊ หนุน “ยศชนัน” นำเพื่อไทยตั้งรัฐบาล เปลี่ยนประเทศด้วยนโยบาย ไม่ใช่วาทกรรม
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเทพหัสดิน สนามกีฬาแห่งชาตินายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย “ยศชนันทำได้ เพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยทำได้”
.
“วันนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่เสื้อแดง แต่ถ้าถามว่าแดงไหน ต้องบอกว่าแดงอ๋อย แดงอ๋อย ตนเกิดวันอาทิตย์แดงมาตั้งแต่กำเนิด เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีดีเบต เขาให้พูดสรุปคนละ 2 นาที นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พูดเรื่องทุจริต ซึ่งพูดมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ก่อนที่จะบอยคอตการเลือกตั้ง ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก่อนที่จะไปสนับสนุนเห็นด้วยกับการรัฐประหาร วันนี้แกก็ยังพูดเช่นนั้น ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย พูดว่าไม่รู้ว่าจะเป็นนายกฯ หรือไม่ ตนก็ไม่รู้เพราะคนที่เป็นเจ้าของพรรคที่ชื่อย่อว่า น. เขาไม่ให้เป็นอยู่แล้วเขาต้องให้อนุทิน แต่นายยศชนันพูดภาพรวมสองนาที เขาพูดได้ชัดเจนมาก ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน พูดสรุป ตนจะขอเฉลยตอนสุดท้าย
.
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ตนจะพูดคือเรื่องเอ็มโอเอภาคสองอีพีสุดท้าย ซึ่งตนเคยพูดไว้แล้วและก็เป็นเช่นนั้นทุกอย่าง นอกจากเอ็มโอเอที่เขียนอะไรไว้ มีอะไรซ่อนอยู่ และที่ตนจะพูดอีกประเด็นคือเรื่อง “เปลี่ยน” เพราะเขาเสนอว่าจะเป็นรัฐบาลเพื่อเปลี่ยน ตนจะชำแหละให้ดูว่าเปลี่ยนคืออะไร ที่พูดไว้ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วว่ามีส้มไม่มีเทา ครั้งนี้บอกมีเราไม่มีเทา เหมือนจะจุดไม่ติด แล้วถึงตอนนี้ก็ไม่เป็นกระแสจริงๆ ตนพูดไว้แล้วว่าเท้งจะแป๊ก เท้งจะไม่ปัง เท้งก็แป๊กจริงๆ เขาบอกว่าจะเอาพิธามาช่วยเท้ง มาเข็นเท้ง ปรากฏว่าถึงเวลาก็เข็นไม่ขึ้น ดึงไม่ขึ้นจริงๆ หลังจากกระแสจุดไม่ติด เท้งไม่ปัง แล้วเกิดอะไรขึ้นกับการหาเสียงทางการเมือง
.
นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์แผ่นเสียงตกร่องอย่างไรอย่างนั้นมา 20 กว่าปี ส่วนพรรคส้มหาเสียงไว้สองประเด็น ประเด็นที่หนึ่งคือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ นำโดยพิธา ที่ไปที่ไหนก็บอกว่าใครได้แชมป์ต้องรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ ใครยังไม่ได้ต่อไปต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค อย่าให้ใครมาแย่ง เขาไม่ได้พูดเรื่องวิสัยทัศน์ของประเทศ อย่างที่ยศชนันพูด พอมาถึงธนาธรที่เป็นผู้นำจิตวิญญาณ อันนี้ไปไกล บอกว่าถ้าพรรคประชาชนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง พรรคอันดับสองอย่ามาหน้าด้านจัดตั้งรัฐบาล ธนาธรพูดแบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิดว่าพรรคประชาชนไม่ได้เป็นพรรครัฐบาล เพราะพรรคอันดับสอง ซึ่งคนก็คงนึกถึงพรรคเพื่อไทยที่จะได้อันดับสอง
.
นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า หากย้อนประวัติศาสตร์ตอนปี 2562 ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับหนึ่ง และพรรคเพื่อไทยก็เสนอธนาธรเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาปี 2566 พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพื่อไทยเป็นอันดับสอง ก็สนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ ไม่ได้แย่ง ไม่ได้แข่ง แต่เมื่อพิธาถูกตัดสิทธิ์ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตกเป็นของพรรคเพื่อไทย เพื่อไทยไม่เคยแย่ง จะแย่งได้อย่างไร ก็เขาไม่มีแคนดิเดตแล้ว มีคำถามว่าแย่งกันๆ แล้วตอนตั้งรัฐบาลเอ็มโอเอ ขอถามหน่อยว่าพรรคที่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และมีเสียงมากที่สุดคือพรรคอะไร ก็พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยอันดับที่สาม แล้วพรรคภูมิใจไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร
.
“ใครแย่งใครและใครสนับสนุนให้ใครแย่งใคร ตรงนี้แหละไม่รู้ว่าใครหน้า…” พร้อมยกมือทำท่าหนา และกล่าวต่อว่า “กันแน่ หากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนเสียงเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เราจะเจรจาอย่างสุภาพ ใครมีนโยบายอย่างไรทำได้ไม่ได้ จะเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เราก็จะพูดคุยกัน ก็ว่ากันมา แต่จะไม่มีการตีกันว่าใครหน้าด้าน ตั้งรัฐบาลแข่งเป็นอันขาด” นายจาตุรนต์ กล่าว
.
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองที่เขาพูดคือเปลี่ยน เขาเสนอให้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี บางคนก็บอกต้องเปลี่ยนรัฐมนตรี สิ่งที่เกิดขึ้นก็มาจากการที่คุณสร้างเขาขึ้นมากับมือ รัฐบาลนี้เขาเข้าไปแล้วเคลียร์เรื่องเขากระโดงและฮั้วส.ว. คืบคลานไปครอบครององค์กรอิสระ เรื่องใหญ่มากทำไมเขาถึงไม่พูดถึง เรื่องใหญ่ขนาดนี้บอกมีส้มไม่มีเทา แล้วทำไมไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้ เรื่องพวกนี้ไม่เทาใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่เทาเป็นได้อย่างเดียวคือสีดำ หรือเอ็มโอเอมีอะไรซ่อนอยู่ มีอะไรมากกว่านี้ที่ประชาชนไม่รู้ ทำไมเท้งและแกนนำพรรคประชาชนจึงไม่พูดเรื่องนี้ แล้วแบบนี้เราจะไว้ใจพรรคส้มให้ไปคัดค้านพฤติกรรมสีเทาสีดำ ได้อย่างไร
.
“ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคสีส้มไม่เน้นเรื่องนโยบาย ไม่เน้นเรื่องโครงสร้าง ไม่เน้นเรื่องอุดมการณ์ สุดท้ายคำว่าเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคืออะไร สิ่งที่เปลี่ยนคือพวกคุณ พวกคุณนั่นแหละที่เปลี๋ยนไป๋ ทำให้เห็นว่าอะไรคือของเก๊ และอะไรคือของจริง เพราะฉะนั้นผมจะเฉลยว่าที่เท้งไม่พูดสรุป 2 นาทีเรื่องนี้ ในการดีเบตเมื่อวันที่ 5 กุมภาที่ผ่านมา เพราะเขารู้ เขาต้องการไปดึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่วัยรุ่น เพราะเขารู้ว่าคนรุ่นใหม่กำลังจะคายส้มแล้ว”
.
นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ กล่าวชื่นชม อาจารย์เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้สูง เคยทำงานและมีผลงานมา แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน และพูดถึงนโยบายด้วยความเข้าใจ แม้ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมมากมายก็ยังสามารถพูดเรื่องนโยบายได้อย่างมีเนื้อหา พร้อมระบุว่าอาจารย์เชนเข้าสู่การเมืองด้วยความจริงจัง ไม่ได้ขายวาทกรรม ไม่ได้ไปโต้แย้งกับใคร แต่ตั้งใจพัฒนาประเทศ
.
นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า อาจารย์เชนต้องการเปลี่ยนประเทศจริง ๆ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเอไอ ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ครอบคลุมทั้งระบบ เป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อีกทั้งยังมีวุฒิภาวะ โดยเห็นได้ชัดว่าอาจารย์เชนพัฒนาแบบก้าวกระโดดในเวลาสั้น ๆ และพร้อมทำเรื่องใหญ่ให้ประเทศ
.
เมื่อพูดถึงประสบการณ์ด้านการบริหาร นายจาตุรนต์ย้ำว่าอาจารย์เชนมีมากกว่านายณัฐพงศ์แน่นอน และยังมี “แบ็คอัพ” คือมีนักการเมืองที่มีประสบการณ์ในพรรคมากกว่าพรรคประชาชนด้วย ส่วนกรณีนายอนุทิน แม้ต้องยอมรับว่ามีประสบการณ์มากกว่าอาจารย์เชนเยอะ แต่ประสบการณ์ของนายอนุทินในช่วงสองสามเดือนมานี้พิสูจน์แล้วว่าได้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทย “ยับเยินที่สุด” ดังนั้น “ประสบการณ์แบบนี้” อาจารย์เชนไม่ต้องมีก็ได้
.
ท้ายที่สุด นายจาตุรนต์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาแคนดิเดตของแต่ละพรรคเช่นนี้ ขอให้ประชาชนพร้อมใจกันเลือกพรรคการเมืองที่ยืนอยู่กับประชาธิปไตย เลือกพรรคการเมืองที่ทำได้ทั้ง “สร้างนโยบาย” และ “นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ” รวมถึงเลือกพรรคการเมืองที่มีแคนดิเดตที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาประเทศ และเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น ๆ โดยขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ “อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี
.
ขอขอบคุณ https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5584765
.
#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #จาตุรนต์ฉายแสง
.
ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง