‘ชาญชัย- ไตรภพ’ ร่วมฉายภาพ ปัญหาการศึกษาจากท้องที่ เห็นพ้องปัญหางบอาหารกลางวัน ลดภาระครูจากงานเอกสาร-ธุรการ เน้นดูแลงบลดความเหลื่อมล้ำ มุ่ง ‘เรียนฟรีมีอยู่จริง’ และ ‘เรียนฟรีมีงานทำ’
ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา (9 เมษายน 2569) นายชาญชัย คำจำปา สส.นครพนม และ นายไตรภพ คำเพชร สส.อุดรธานี ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนและเสนอแนะในประเด็นด้านการศึกษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองต่างเป็นบุคลากรในระบบการศึกษา ร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดำเนินนโยบายและแก้ไขปัญหาต่อไป
.
ผู้อภิปรายทั้งสองมองเห็นในประเด็นปัญหาสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน มองเห็นความสำคัญและปัญหาการศึกษาที่เริ่มจากเรื่องพื้นฐานคืออาหารและโภชนาการ การลดภาระครูจากงานธุรการและงานที่ไม่ใช่การสอน การจัดการงบประมาณโดยเฉพาะต่อโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเสนอแนะเพื่อผลักดันนโยบายสำคัญ คือ ‘เรียนฟรีมีอยู่จริง’ และ ‘เรียนฟรีมีงานทำ’
.
ในการอภิปราย นายชาญชัย คำจำปา สส. นครพนม ได้ร่วมอภิปรายเพื่อสะท้อนปัญหาต่างๆ ซึ่งสะท้อนจากตนเองที่เป็นบุคลากรในพื้นที่อาชีวศึกษาและรวบรวมมุมมองปัญหาจากครูผู้สอนเพื่อนำเรียนต่อสภา นายชาญชัย นำเสนอปัญหาทั้งหมด 4 ข้อ ครอบคลุมประเด็นงบประมาณอาหารกลางวัน ภาระงานเอกสารและงานธุรการครู งบประมาณสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และเสนอให้เพิ่มงบประมาณรายหัวตามรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น
.
1.งบอาหารกลางวัน นายชาญชัยชี้ว่า ปัจจุบันมีการอุดหนุนเฉลี่ยเพียง 24 บาทต่อคน ต่อวัน ไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ งบอาหารกลางวันที่น้อยเกินไปทำให้เด็กนักเรียนได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน จึงขอให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณรายหัวเพื่อคุณภาพชีวิตของนักเรียน
.
2. ภาระงานเอกสารและงานธุรการ นายชาญชัยอภิปรายว่าครูต้องใช้เวลากว่าครึ่งไปกับงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน เช่น งานพัสดุและงานธุรการ การส่งรายงานที่ซ้ำซ้อน จึงเสนอลดการทำรายงานที่ซ้ำซ้อน และนำระบบดิจิทัล เช่น ระบบ Single Sign-On และ e-Governance ลดภาระงานครู ให้ครูมีเวลากับงานสอน พัฒนาการเรียนการสอนรายบุคคล
.
3. การจัดสรรงบประมาณสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก นายชาญชัยให้ภาพปัญหาด้านงบประมาณ และยกตัวอย่างจังหวัดนครพนม โรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดงบประมาณ โรงเรียนต้องดิ้นรนด้วยการจัดผ้าป่า จัดกฐินสามัคคี เพื่อนำมาจัดสร้างพัฒนาสาธารณูปโภค จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนของโรงเรียน จึงขอให้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม
.
4 การจัดสรรงบประมาณรายหัว ด้วยรายจ่ายต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทั้งจำนวนเด็กนักเรียนที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณรายหัวในทุกระดับชั้น
.
.
ในการอภิปรายในเวลาต่อมา นายไตรภพ คำเพชร สส.อุดรธานี ได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนและเสนอข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้นโยบายด้านการศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
สำหรับนายไตรภพเอง นำเอาประสบการณ์ในการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้บริหารในพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ท้องถิ่น ข้อเสนอของนายไตรภพ เสนอแนะเพื่อดำเนินนโยบาย 3 ข้อ ครอบคลุมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเริ่มจากความสำคัญด้านโภชนาการ และการดำเนินนโยบายสำคัญคือ ‘เรียนฟรีมีอยู่จริง’ และ ‘เรียนฟรีมีงานทำ’ ให้เป็นจริงได้ โดยเสนอแนะดังนี้
.
1. นโยบายให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการพัฒนาการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยนายไตรภพแยกประเด็นออกเป็น 2 ประเด็นย่อย คือ
.
ด้านโภชนาการซึ่งปัจจุบันมีงบประมาณไม่เพียงพอ โดยสะท้อนประเด็นปัญหาเดียวกันกับนายชาญชัย คืองบประมาณต่อหัวที่มีเพียง 24 บาทต่อคนต่อวัน
.
ด้านคือภาระครู โดยชี้ให้เห็นว่า ครูต้องแบกภาระการจัดซื้อ เช่นจัดหาดูแลวัตถุดิบ ดูแลบัญชี รวมถึงจัดการงานเอกสาร ทำให้ครูสูญเสียเวลาของการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเสนอให้แก้ไขเรื่องงบประมาณและลดภาระเอกสารของครูลง
.
2. นโยบาย ‘เรียนฟรีมีอยู่จริง’ นายไตรภพ ได้กล่าวถึงประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียน ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ต่างมุ่งพัฒนาผู้เรียนตามสมรรถนะ ตามความสนใจ ทำให้การเรียนในระบบไม่เพียงพอ ทำให้ต้องจัดการศึกษาเช่นห้องเรียนพิเศษ เช่นห้องเรียนภาษาอังกฤษหรือวิทยาศาสตร์ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติม การจัดการเรียนไม่มีงบประมาณสนับสนุนและต้องใช้การสนับสนุนจากผู้ปกครอง ในแง่นี้ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางโอกาส เด็กจำนวนไม่น้อยที่มีศักยภาพ แต่ไม่ได้รับโอกาสเข้ารับการศึกษาที่ได้รับการยกระดับเหล่านี้
.
จึงขอให้รัฐบาลมองเห็น เพื่อทำให้นโยบายเรียนฟรีมีอยู่จริง เป็นผลและมีคุณภาพ
.
3. นโยบาย ‘เรียนฟรีมีงานทำ’ นายไตรภพได้ชี้ปัญหาการจบการศึกษาแต่ไม่มีคุณภาพตามที่ตลาดงานต้องการ และเสนอสาเหตุ 2 ประการคือ
.
ประการแรก หลักสูตรเน้นวิชาการหรือภาคทฤษฎีมากเกินไป และยกตัวอย่างนักเรียนอาชีวะที่เรียน 3 ปี และมีเวลาฝึกงานเพียง 1 ภาคการศึกษา ทำให้มีความรู้แต่ขาดทักษะ ขาดมุมมองต่อวิชาชีพ และต่อเพื่อนร่วมงาน
.
ประการที่สอง ขาดแคลนครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในตลาดแรงงานหรือเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลง ครูผู้สอนเช่นในสถาบันอาชีวะมีความรู้ความสามารถ แต่ขาดประสบการณ์จากการทำงาน ความรู้ที่มีไม่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอุตสาหกรรม ทำให้ผลผลิตคือนักเรียนอาชีวะเมื่อจบการศึกษาแล้ว ไม่มีคุณสมบัติและทักษะที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ
.
.
การสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 จากพรรคเพื่อไทย เป็นภาพสะท้อนและข้อเสนอแนะจากมุมมองและประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่การศึกษา การเป็นบุคลากรและผู้บริหารในสถาบันการศึกษาท้องถิ่น และนำเรียนโดยสอดคล้องกับแนวนโยบายและการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลักดันนโยบายสำคัญ แก้ปัญหาการศึกษา ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การสนับสนุนเด็กๆ ที่เรียนรู้เติบโตได้ซึ่งเริ่มจากอาหารที่ดีมีโภชนาการ ตลอดจนการลดภาระครู การดูแลงบประมาณ ลดความเหลื่อมล้ำ และการเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงาน
#พรรคเพื่อไทย #แถลงนโยบายรัฐบาล #ชาญชัยคำจำปา #ไตรภพคำเพชร #ประชุมสภา