‘ประเสริฐ’ ระดมความคิดทุกภาคส่วน เปิด 3 ทางเลือกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ เตรียมเคาะพฤษภาคมนี้ ย้ำ ‘ทุกการตัดสินใจ ทุกคนต้องมีส่วนร่วม’
8 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าภารกิจรื้อโครงสร้างการศึกษาไทย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อน ‘ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….’ (ธรรมนูญการศึกษา) ชูสปิริต ‘Nothing about us without us’ ดึงตัวแทนนักเรียน ครู และทุกภาคส่วนร่วมถก 3 ทางเลือกกฎหมาย ชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘ความเร็ว’ ในการบังคับใช้ กับ ‘ความสมบูรณ์’ ของหลักการและเนื้อหา เตรียมประมวลผลตัดสินใจชี้ชะตาอนาคตการศึกษาไทย ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
.
ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฯ ณ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อน 1 ใน 5 นโยบายเร่งด่วนในการสร้าง ‘สถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา’ เวทีระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา บรรยากาศเป็นไปอย่างเปิดกว้างและสะท้อนเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยมีตัวแทนนักเรียน ครู และทุกภาคส่วน เข้าร่วมหารือและสะท้อนความเห็นทั้งในห้องประชุมราชวัลลภ และผ่านระบบออนไลน์
.
ในที่ประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอแนวทางการเสนอร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ออกเป็น 3 เส้นทางหลัก เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ได้แก่ :
.
1. ยืนยันการเสนอร่างฯ ฉบับเดิม (660/2564) : ข้อดีคือรวดเร็ว ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างใหม่ตั้งแต่ต้น แต่มีข้อสังเกตคือตัวกฎหมายมีเนื้อหาจำนวนหลายมาตรา
2. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ปี 2542 : นำข้อมูลประเมินผลสัมฤทธิ์มาอุดช่องโหว่และเสริมจุดอ่อนของร่างเดิมให้สอดคล้องกับปัจจุบัน แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใหม่ตั้งแต่ต้น
3. จัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่ทั้งฉบับ : เพื่อให้กระชับและสอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบันมากที่สุด แต่แลกมาด้วยการต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด (ใช้เวลาพิจารณาโดยรัฐสภาประมาณ 1 ปี)
.
จากการระดมความคิดเห็น ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายในวงประชุมถกเถียงกันอย่างเข้มข้นคือ ‘ความเร็วในการผลักดันร่าง’ เนื่องจากทุกคนเห็นตรงกันว่า วิกฤตการศึกษาไทยประวิงเวลาไม่ได้อีกแล้ว และต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด
.
อย่างไรก็ตาม แม้การเลือกแนวทางที่ 1 (ผลักดันร่าง 660/2564) จะตอบโจทย์เรื่องความเร็ว แต่ที่ประชุมยังคงมีข้อกังวลและตั้งคำถามถึง “หลักการและเนื้อหา” ของร่างฉบับ 660/2564 ว่าจะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของการศึกษาโลกยุคใหม่ และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่
.
อีกหนึ่งจุดยืนสำคัญที่ทรงพลังที่สุดจากวงประชุมครั้งนี้ คือการตอกย้ำหลักการ ‘Nothing about us without us’ (จะไม่มีการตัดสินใจใดที่เกี่ยวกับพวกเรา โดยไม่มีพวกเรา) กระทรวงศึกษาธิการและผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องว่า กฎหมายที่จะมากำหนดอนาคตของชาติ จะต้องมาจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ ‘นักเรียนและเยาวชน’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการศึกษา ตลอดจน ‘ครูผู้ปฏิบัติงาน’ ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจตั้งแต่ ‘กระบวนการยกร่าง’ ไม่ใช่เพียงแค่การมารับฟังในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ได้กฎหมายที่ไม่ได้มองจากหอคอยงาช้าง แต่เกิดจากความเข้าใจคนหน้างานอย่างแท้จริง
.
การเปิดกระทรวงเพื่อรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านในวันนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยยึดการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ จะนำข้อสรุปทั้งในมิติของความเร็ว เนื้อหาร่างกฎหมาย และเสียงสะท้อนจากเยาวชน ไปประกอบการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเตรียมเคาะแนวทางสุดท้ายในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
.
.
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ศึกษาธิการ #พรบการศึกษาแห่งชาติ







