‘จาตุรนต์ ฉายแสง’ ชี้ สสร. ต้องยึดโยงประชาชน เตือนอย่าให้รัฐสภาแทรกแซงกระบวนการได้มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแลกเปลี่ยนกับนักศึกษา ในหลักสูตรของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ในกิจกรรม Focus Group “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลไกสำคัญในการยกระดับการจัดการภัยพิบัติและต่อต้านทุจริต”  โดยระบุว่าหัวใจสำคัญของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) คือต้องยึดโยงและรับฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด พร้อมเตือนว่ากระบวนการได้มาซึ่ง สสร. ต้องไม่ถูกรัฐสภาเข้าไปแทรกแซง เพราะหากปล่อยให้เสียงข้างมากในสภาเป็นผู้กำหนดที่มา สุดท้าย สสร. จะกลายเป็นเพียงภาพสะท้อนของเสียงข้างมากเดิม และวนกลับไปสู่การรักษาอำนาจของระบบปัจจุบันไว้ ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง

.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า แนวคิดตั้งต้นของการมี สสร. คือการพยายามทำให้ที่มาของ สสร. ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด แต่กลับติดขัดจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ ทั้งที่เป็นประเด็นที่ไม่มีผู้ใดตั้งคำถาม โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า “บังเอิญว่าศาลรัฐธรรมนูญเกิดมีคำวินิจฉัยเป็นลักษณะตอบคำถามที่ไม่มีใครถาม… หมายความว่าถ้าจะมี สสร. จะให้เลือกตั้งโดยตรงก็ไม่ได้ ก็ต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรจะเชื่อมโยงกับประชาชน” 

.

นายจาตุรนต์ย้ำว่า ขณะนี้กระบวนการในรัฐสภายังไม่ถึงขั้นการร่างเนื้อหารัฐธรรมนูญ แต่เป็นขั้นตอนการกำหนดที่มาและการคัดเลือกผู้ร่าง ดังนั้นโจทย์สำคัญจึงอยู่ที่กระบวนการได้มาซึ่งผู้ร่างต้องไม่ถูกแทรกแซงโดยเสียงข้างมากในสภา ทั้งนี้ ในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของรัฐสภาชุดที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเคยพิจารณาแนวทางที่มาของ สสร. ในรูปแบบ “20 หยิบ 1” คือให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มกัน 20 คนแล้วเลือกผู้แทนมา 1 คน ซึ่งร่างดังกล่าวตกไปจากการยุบสภา นายจาตุรนต์ชี้ว่าแนวทางลักษณะนี้มีจุดอ่อนสำคัญ เพราะทำให้ สสร. เป็นเพียงภาพสะท้อนของเสียงข้างมากในสภา 

.

“มันก็จะเท่ากับเป็นภาพจำลองของเสียงข้างมากข้างน้อยในปัจจุบันในรัฐสภา ก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญก็จะถูกกำหนดโดยเสียงข้างมากของรัฐสภาตามที่ต้องการ” นายจาตุรนต์กล่าว

.

เขาเสนอว่าสิ่งที่ควรทำคือเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องส่งเสริมให้องค์กรผู้ยกร่างเชื่อมโยงและรับฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด ขณะที่พรรคการเมืองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีหน้าที่เพียงเสนอความคิดเข้าไป ไม่ใช่เข้าไปกำหนดหรือควบคุมเสียเอง โดยย้ำว่า “ใครต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ก็ไปรณรงค์ให้องค์กรที่เขาจะร่างรัฐธรรมนูญนั้นรับเอาความคิดไป ไม่ใช่เรา (นักการเมือง-พรรคการเมือง) เป็นฝ่ายไปคิดเอาเอง อยากจะกำหนดเอง”

.

นายจาตุรนต์ยังยกตัวอย่างการจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่แม้รัฐสภาจะเป็นผู้คัดเลือก สสร. แต่ไม่มีการเข้าไปแทรกแซง จึงได้ สสร. ที่รับฟังเสียงประชาชนและไม่ถูกครอบงำ พร้อมห่วงว่าหากครั้งนี้กระบวนการได้มาซึ่งผู้ร่างถูกจัดการในลักษณะเดียวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่ากังวล 

.

นายจาตุรนต์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากปล่อยให้เสียงข้างมากในสภาเข้าควบคุมที่มาของผู้ร่าง สุดท้ายจะกลับไปสู่วงจรเดิม “มันก็จะกลับมาเป็นอีหรอบเดิม คือรักษาอำนาจของตัวเองไว้ รักษาอำนาจของระบบปัจจุบันไว้ และก็จะไม่เกิดการแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง”

.

#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #รัฐธรรมนูญ #แก้ไขรัฐธรรมนูญ

Categories: Uncategorized