‘สุทิน’ มอง พ.ร.ก.กู้เงินพลังงาน วิกฤตบังคับต้องผ่าทางตัน ชี้ไม่มีใครสุขกับการสร้างหนี้ ย้ำภาครัฐจะต้องโปร่งใส ไม่ทุจริตโกงกิน และคุ้มค่ากับการลงทุน
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยระบุว่า เรื่องการกู้เงินถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่เปรียบเหมือน “หนังม้วนเก่า” ซึ่งมีสัจธรรมอยู่ 2 ข้อ คือ ไม่เคยมีรัฐบาลไหนมีความสุขกับการกู้เงินเพราะกลัวถูกตราหน้าว่าสร้างหนี้ และย่อมมีความเห็นต่างทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา
.
นายสุทิน กล่าวว่า การกู้เงินในระบบสภาผู้แทนราษฎรตามระบอบประชาธิปไตย ยังเป็นเรื่องดีที่เปิดโอกาสให้ได้ถกแถลง ตรวจสอบ และซักถามกันได้อย่างโปร่งใส ดีกว่าการกู้เงินในยุคที่ไม่มีสภาประชาชน ซึ่งน่าห่วงและเป็นทุกข์มากกว่า ส่วนในข้อกฎหมายนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าสามารถทำได้ รัฐบาลและสภาก็เดินหน้าพิจารณาเรื่องความเหมาะสมได้อย่างสง่างาม
.
สำหรับเหตุผลความจำเป็นที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก. แทนงบประมาณปกติ นายสุทิน ชี้แจงว่า วิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเกิดขึ้นรวดเร็วและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ (Domino effect) ตั้งแต่ราคาน้ำมัน แก๊ส ต้นทุนการผลิต ตลอดจนเกษตรกรและประชาชน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มพยุงไม่ไหวและติดลบหนัก ขณะที่ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลา จึงไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
.
นายสุทิน ได้แสดงความเห็นด้วยกับแผนงานของรัฐบาลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:
.
-โครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคเรือน: ช่วยลดค่าไฟและสร้างรายได้ให้ประชาชน แต่เสนอให้รัฐบาลพิจารณารับซื้อไฟฟ้าในราคาที่สูงกว่า 2.20 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าร่วมเร็วขึ้น
.
-โครงการเกษตรโซลาร์เซลล์: กระทรวงเกษตรฯ นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการกระจายน้ำเพื่อการเกษตร ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันให้เกษตรกรฐานรากได้อย่างตรงจุด
.
-การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): โดยเฉพาะรถขนส่งและยานพาหนะทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้
.
“หลายคนมองว่าการกู้เงินครั้งนี้จะเปลี่ยนโอกาสเป็นวิกฤตเพราะหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70% แต่ตนมองกลับกันว่า หากไม่กู้เพื่อผ่าทางตัน ลดต้นทุนพลังงาน และกระตุ้นให้ GDP โต รายได้รัฐก็จะยิ่งหดหาย โรงงานต้องปิดตัวลง การกู้เงินจึงมีทั้งรุ่งและร่วง หากทำด้วยความโปร่งใส ปราศจากการโกงกินตามที่ฝ่ายค้านกังวล และเกิดความคุ้มค่าจริงก็ถือว่ารุ่ง”
.
นายสุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า การยอมรับ พ.ร.ก.กู้เงิน ฉบับนี้ ไม่ได้ทำไปด้วยความชื่นมื่นหรือเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่รับด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ประเทศถึงทางตัน พร้อมฝากเตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้การกระต้นเศรษฐกิจหมุนเวียนได้น้อยลงกว่าในอดีต
.
#พรรคเพื่อไทย #สุทินคลังแสง #พรกเงินกู้ #ประชุมสภา