“อ.เชน” ลุยเชียงใหม่! ชูยุทธศาสตร์ยกระดับ อว. เป็น “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์” ผุด Sandbox แก้ปัญหาโครงสร้างชาติ ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง พร้อมปั้น “เชียงใหม่” เป็นอีกหนึ่งฮับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

วันนี้ (23 พ.ค. 2569) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประจำปี 2569 ณ สำนักบริการวิชาการ โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยการแสดงปาฐกถาจาก ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ฉายภาพ “การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยในประเทศไทย” ก่อนที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” เพื่อมอบหมายนโยบายและชี้แนะแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ
.
ศ.ดร.ยศชนัน เริ่มต้นว่า ในปัจจุบันกระทรวงไม่ได้ต้องการยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ต้องการการเติมเต็มช่องว่าง และการทำงานแบบ Synergy โดยมองว่ากระทรวง อว. เปรียบเสมือน “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์” ที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากรระดับหัวกะทิ ซึ่งสามารถสร้างพื้นที่ Sandbox นำร่องในการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศได้ในทุกมิติ โดยต้องนำงานวิจัยไปเชื่อมโยง กับภาคเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานรับผิดชอบสามารถนำไปขยายผล (Scale up) ได้จริง
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ไทยเป็น “ประเทศรายได้สูง” ผ่านเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ซึ่งจะเป็นรากฐานในการแก้ปัญหาอื่นๆ ที่ฝังรากลึกในสังคมอย่างยั่งยืน
.
“พื้นฐานความเป็นคน ความเป็นมนุษย์นั้น ยังไงเขาก็ไม่โกงอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาโกงแสดงว่าเขาเกิดความเดือดร้อนบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราสามารถ Balance ให้คนคนหนึ่งสามารถใช้ชีวิตอย่างดีที่สุดได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะหายไปทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องมีโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่มี New growth engine”
ในด้านการพัฒนาระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Ecosystem) รมว.อว. ได้หยิบยกกรอบการทำงานของ World Bank ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน 3 เสาหลัก ได้แก่ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วงล้อเศรษฐกิจจะไม่สามารถหมุนต่อไปได้ พร้อมแนะว่าหากวิทยาการใดล้าสมัย (Obsolete) สถาบันการศึกษาไม่ควรอุ้มเทคโนโลยีนั้นไว้ แต่ต้องหันมา “อุ้มคน” ด้วยการ Reskill และ Upskill ให้บุคลากรสามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ได้
.
นอกจากนี้ ยังแนะให้นักวิจัยก้าวออกจากห้องแล็บเพื่อสร้างเครือข่าย และเปลี่ยนแนวคิดในการทำงานวิจัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และกลุ่มทุนอย่าง Venture Capital (VC) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มีมูลค่าและต่อยอดได้จริง
.
“ทรัพย์สินที่อยู่ในหัวเรา คือสิ่งที่ Google มี value ขึ้นมาตอนนี้ Elon Musk สามารถรวยเข้ามาได้กับเรื่องนี้ และในบางครั้งแล้วทรัพย์สินทางปัญญาถึงผมมีปริญญา 4-5 ใบ โดนรถชนตายข้างหน้านี้ ลูกหลานไม่ได้เลย แต่ถ้าผมมี IP ผมสามารถที่จะส่งเรื่องนี้ให้ลูกให้หลานผมได้ เพราะฉะนั้นพี่จะจด IP แบบยิบๆ ย่อยๆ ใครจะอยากได้ประโยชน์ แล้วเมื่อไหร่จะเอา IP ไปเปลี่ยนเป็นเงินได้ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก”
.
ศ.ดร.ยศชนัน แนะให้มหาวิทยาลัยปรับกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาใหม่ โดยยึดประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) เป็นศูนย์กลาง การศึกษาในยุคหน้าจะต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิด 100 วันแรก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุในระดับ Hospice Care มหาวิทยาลัยต้องเปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การมองว่าบริษัท Startup ที่เข้ามาอบรมเพียงครึ่งวันก็ถือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือการจับคู่ผู้สูงอายุวัยเกษียณที่มีประสบการณ์สูงมาเป็น Venture Builder ร่วมกับนักศึกษาปริญญาตรี พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงพื้นที่อย่าง TK Park เข้ากับอุทยานวิทยาศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมระดับประเทศได้
.
ในช่วงท้าย รมว.อว. ได้กล่าวชื่นชมอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ว่าเป็นหนึ่งในระบบนิเวศการบ่มเพาะ Startup ที่ดีที่สุดและเป็นเสมือนศูนย์ฝึกงานด้านนวัตกรรมของประเทศ โดยเน้นย้ำว่าเชียงใหม่ไม่ได้อยู่ห่างไกล แต่เป็น “ศูนย์กลาง” ที่เชื่อมต่อระหว่างอินเดียและจีน อีกทั้งไทยยังมีจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ (MedTech) และการผลักดันแนวคิด Nature Positive ควบคู่ไปกับ Net Zero รวมถึงศักยภาพด้านวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) ที่ไทยเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
ท้ายสุด ศ.ดร.ยศชนัน มองว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกหรือ Technology Disruption ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะก้าวกระโดด โดยกล่าวว่า
.
“หลายประเทศแม้ไวกว่าเรา พอมีการเปลี่ยนแปลงใหม่เกิดขึ้น เขาเลี้ยวผิด และกำลังถอยหลังมาใหม่ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ในเมื่อเราช้ากว่าเขา เราต้องไปให้ถูกทาง เราเดินมาช้าๆ มาถึงแยกพอดี ตอนนี้ ยังไม่หลงทาง วันนี้มันเป็นโอกาสจริงๆ ที่เราจะเลือกก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่ออนาคตของประเทศเรา“
ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนาดังกล่าวมีคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง , ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. , นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ตลอดจนคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
.

พรรคเพื่อไทย