เดินหน้ารับมือปัญหา ‘สื่อโซเชียล-Screen Time’ ในเด็กเยาวชน ยึดหลัก ปกป้องเด็กเล็ก สร้างทักษะ AI Literacy เด็กโต วางแนวทางใช้มือถือในโรงเรียน เจรจาแพลตฟอร์มคุมเนื้อหา

26 พฤษภาคม 2569 ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนกรณีข้อถกเถียงและความกังวลถึงสถานการณ์การใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับผลกระทบของ Social Media, Screen Time และคลิปวิดีโอสั้นต่อสมาธิ(Attention Span) การเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็ก 

.

กระทรวงศึกษาธิการได้รับฟังทุกข้อกังวลและวางแนวทางเพื่อรับมือแก้ไข โดยศึกษาแนวทางการรับมือจากหลายประเทศ มอง ‘ความท้าทายร่วมของโลกยุคดิจิทัล’ ที่ทุกฝ่าย จากครอบครัว ถึงโรงเรียน ภาครัฐและ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ร่วมกันรับมือ ชู 2 แนวทาง ปกป้องเด็กเล็ก สร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเรียนรู้เอไอสำหรับเด็กโต 3 มาตรการ 1. บูรณาการศูนย์ความปลอดภัยในโรงเรียนกับศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ 2. เจรจาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้คัดกรองเนื้อหาและยืนยันอายุผู้ใช้ 3.ประสานความร่วมมือกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาตรการความปลอดภัยดิจิทัลสำหรับเยาวชน พร้อมเตรียมมาตรการเร่งด่วน 3 ระยะ จากวางแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ดูแลเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยงและเชื่อมโยงหน่วยงานสุขภาพจิต และผลักดัน AI Literacy พร้อมหารือร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง

.

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการรับฟังทุกข้อกังวลของผู้ปกครอง ครู และสังคมอย่างจริงจัง โดยข้อมูลวิชาการจากหลายสถาบันระดับโลกสะท้อนตรงกันว่า การเสพสื่อที่มีการกระตุ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนเทนต์รูปแบบคลิปสั้น อาจส่งผลต่อสมาธิ การจดจ่อ และการเรียนรู้เชิงลึกของเด็ก โดยเฉพาะในช่วงวัยที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ และกล่าวว่า

.

“กระทรวงศึกษาฯ ได้ศึกษาแนวทางจากหลายประเทศ อาทิ สวีเดน ออสเตรเลีย อังกฤษ และประเทศในสหภาพยุโรป พร้อมผลวิจัยยังชี้ชัดว่า เด็กไทยเริ่มมีปัญหาเรื่องสมาธิจากการเสพสื่อโซเชียลจริง แต่เราจะไม่โทษเด็กหรือแพลตฟอร์มใดเพียงฝ่ายเดียว ขอให้มองเป็น ‘ความท้าทายร่วมของโลกยุคดิจิทัล’ ที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรับผิดชอบ ทั้งครอบครัว โรงเรียน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ในส่วนของ กระทรวงศึกษาฯจะเร่งแก้ไขเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อวางแนวทางดูแลเด็กเล็กด้วยการ ‘ปกป้อง’ เพราะถือว่าอยู่ในช่วงวัยที่สมองยังพัฒนา ส่วนเด็กโตจะต้องได้รับการ ‘สร้างทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI’ อย่างถูกต้อง พร้อมเตรียมขับเคลื่อน 3 มาตรการ ได้แก่ บูรณาการศูนย์ความปลอดภัยในโรงเรียนกับศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เจรจาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้คัดกรองเนื้อหาและยืนยันอายุผู้ใช้ และประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกำหนดมาตรการความปลอดภัยดิจิทัลสำหรับเยาวชนโดยเร็ว” 

.

นอกจากนี้ ได้เตรียมมาตรการเร่งด่วนที่จะดำเนินการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 

– ภายใน 2 สัปดาห์ จัดทำแนวปฏิบัติเรื่อง Screen Time ตามช่วงวัย โดยอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์และงานวิชาการ

– ภายใน 0–3 เดือน ทุกโรงเรียนต้องมีแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือที่ชัดเจน และสื่อสารร่วมกับผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ

– ภายใน 3–6 เดือน พัฒนาระบบดูแลและเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านสุขภาพจิต พร้อมจัดทำสื่อความรู้สำหรับผู้ปกครองทั่วประเทศ

– ระยะยาว 6–12 เดือนขึ้นไป ผลักดัน AI Literacy และการรู้เท่าทันสื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย รวมถึงหารือร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง

.

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ทั้งแพทย์ นักวิชาการ ครู ผู้ปกครอง ตัวแทนเด็กและเยาวชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง ‘การคุ้มครองเด็ก’ และ ‘การเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต’ อย่างยั่งยืน

.

#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ศึกษาธิการ #ปัญหาเด็กติดจอ