‘นิกร’ รมว.พม. จับมือ ‘ประเสริฐ’ รมว.ศธ. ผนึกกำลังเครือข่ายโคราช หนุน 4 แนวทางสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนสำหรับเด็ก

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปิดกิจกรรม KICK OFF โครงการ “เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)” ประจำปี 2569 โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  ร่วมขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา ณ โรงเรียนพิมายวิทยา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

.

โอกาสนี้ มีการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจด้านเด็กและเยาวชนของกระทรวง พม. ได้แก่ เงินสนับสนุนการศึกษาแก่ผู้แทนเด็กโครงการ Thailand Zero Dropout เด็กที่พ้นจากสิทธิ , เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน , อุปกรณ์การเรียน และป้ายโรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก

.

นายนิกร กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” เพราะเด็กทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงโลกออนไลน์ ทั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ขับเคลื่อนงานคุ้มครองเด็กเชิงรุก ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในทุกมิติ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ การถูกทอดทิ้ง การกลั่นแกล้ง หรือการละเมิดสิทธิ  ซึ่งมีการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่าย รวม 18 หน่วยงาน

.

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า โครงการ “เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)” ในวันนี้ เป็นการสนับสนุนให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้าถึงระบบการศึกษาและได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนจากหุ้นส่วนการพัฒนาสังคม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย และการสนับสนุนให้ประชาคมภายในโรงเรียน (ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน) มีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนาระบบความปลอดภัยในโรงเรียน

.

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” นั้น ตนได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน 4 ประการ ได้แก่  

.

1) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการพัฒนาระบบ SAFE SCHOOL เพื่อเป็นกลไกรับแจ้งเหตุในสถานศึกษา ขณะที่กระทรวง พม. มีการขับเคลื่อน “ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม.โทร. 1300” ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เด็กเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นความลับ 

.

2) กระทรวง พม. ร่วมดูแลเด็กและครอบครัวเปราะบาง ผ่านการจัดสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา ความเป็นอยู่ สุขภาพ ความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง 

.

3) การบูรณาการการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่โดยใช้กลไกทีมสหวิชาชีพ , พม.จังหวัด , หน่วยงานการศึกษา , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเฝ้าระวัง คัดกรอง และช่วยเหลือเด็กอย่างเป็นระบบ ผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็น “หนึ่งทีม หนึ่งเป้าหมาย”และ 

.

4) การสร้างโรงเรียนปลอดภัยควบคู่กับชุมชนปลอดภัย เพราะความปลอดภัยของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียน แต่ต้องเกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน และสังคมรอบตัวเด็กด้วย ซึ่ง กระทรวง พม. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก และสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดภัยควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงเรียนปลอดภัยทั่วประเทศ

.

นอกจากนี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ยังได้เดินทางไปลงพื้นที่ ณ ศูนย์การเรียนรู้ตําบลรังกาใหญ่ อําเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชน “ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่โอกาสสร้างอาชีพ” พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับแกนนำสภาเด็กและเยาวชน จาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมโครงการเยาวชนต้นกล้าดี : สำนึกรักบ้านเกิด (U.D. มีโอกาส)

#พรรคเพื่อไทย #นิกรโสมกลาง #ประเสริฐจันทรรวงทอง  #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #กระทรวงศึกษาธิการ