‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570 ตั้งงบชำระเพิ่ม 7 พันล้าน คาดภายใน 5 ปียอดค้างลดวูบ

29 มิ.ย. 2569 ที่ รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับมอบหมายจากนายกรัญฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเป็นหนังสือของ ชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถามถึงกลไกและแผนการจ่ายเงินชำระยอดสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนของรัฐ 

นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า กรณีการค้างชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนของรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่ค้างคามานานประมาณ 20 ปี หากย้อนดูตัวเลขเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาจะพบว่ายอดเงินค้างในส่วนของรัฐบาลมีประมาณ 1 แสนล้านบาท จนกระทั่งปี 2561 มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ซึ่งกำหนดวินัยแห่งรัฐ ที่จะต้องชำระอะไรก็ตามที่ยังคงค้างอยู่ โดยจะต้องมีกลไกและแผนในการชำระให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปีได้มีกลไกในการชำระอย่างสม่ำเสมอ โดยตั้งแต่ช่วงปี 2562 จนถึงปี 2568 ได้ทยอยชำระยอดคงค้างมา จนกระทั่งสิ้นปี 2568 มียอดค้างสมทบเหลืออยู่ที่ 48,000 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลได้ใช้กลไกทางงบประมาณเพื่อชำระต่อ โดยในสิ้นปีงบประมาณ 2569 จะเหลือยอดคงค้างอยู่ที่ประมาณ 42,600 ล้านบาท

ส่วนในปีงบประมาณ 2570 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อสมทบเงินกองทุนประกันสังคมประจำปี 58,680 ล้านบาท และตั้งงบสำหรับการชำระเงินคงค้างสมทบอีก 7,217 ล้านบาท โดยในช่วงสิ้นปี 2570 จะมีมูลหนี้หรือยอดคงค้างสมทบเหลืออยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท โดยยอดคงค้างที่เหลือทั้งหมด ทางรัฐบาลได้พูดคุยกับสำนักงบประมาณและสำนักงานประกันสังคมว่ามีแผนที่จะชำระให้จบภายในปี 2574 โดยชำระคืนประมาณปีละ 7,000 – 8,000 ล้านบาท

“ขอเรียนตามตรงครับ ผมกับท่านชินโชติ ก็อยู่ในแวดวงนี้ ผมเองก็อยู่ในรัฐสภามาประมาณ 20 ปี คำว่าแผนจะชำระคืนภายในปีไหน เข้าใจว่าเราได้ยินกันมาหลายครั้ง แล้วผมเชื่อว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมาบอกท่านว่ามีแผนจะชำระคืนให้ภายในปี 2574 ที่ผ่านมาเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ผมคุ้นๆ ว่ามีแผนจะชำระคืนให้ทันภายในปี 2571 หรือ 2572 ด้วยซ้ำ

แต่ที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล ในเรื่องเม็ดเงินส่วนนี้ และท่านรัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกร ซึ่งดูแลในเรื่องงบประมาณ ได้รับทราบถึงเรื่องเม็ดเงินในส่วนนี้เช่นเดียวกัน

ผมเองในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ผมขอยืนยันผ่านท่านประธานไปยังท่านชินโชติว่า ครั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงๆ ที่จะรักษาคำมั่นที่ให้กับท่าน และผมจะทำให้ได้ โดยจะทำให้เม็ดเงินที่เป็นหนี้สินลดลงให้ได้มากที่สุดภายในปี 2574 ซึ่งโดยสภาพกลไกของรัฐอาจจะยังไม่สามารถทำให้เม็ดเงินในส่วนนี้กลายเป็น 0 ได้ เพราะกลไกการตั้งงบประมาณของรัฐมีความเหลื่อมเรื่องเวลา

อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้สามารถที่จะลดลงได้ และภาระหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่จะไม่พุ่งขึ้นไปถึง 30,000 – 40,000 ล้านบาทอย่างเช่นปัจจุบัน” นายจุลพันธ์กล่าว

ทั้งนี้นายจุลพันธ์ ย้ำด้วยว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการชำระเงินคงค้างในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามในทางงบประมาณได้มีภาระค่าใช้จ่ายที่ทางรัฐบาลต้องดำเนินการ ซึ่งในปีงบประมาณ 2570 นี้เป็นที่ทราบกันดีว่า หลายกระทรวงถูกตัดงบประมาณลง ซึ่งสิ่งนี้เป็นข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหน่วยงานต่างๆ จะถูกปรับลดงบประมาณลง แต่งบประมาณของกระทรวงแรงงานในปีนี้ได้รับเพิ่มขึ้น และประเด็นสำคัญของการเพิ่มขึ้นนี้เป็นการเพิ่มในส่วนของการตั้งงบประมาณเพื่อชำระเงินที่ยังคงค้างอยู่กับกองทุนประกันสังคม

“เพราะว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่ากรอบวงเงินงบประมาณจะไม่เติบโต ถึงแม้ว่างบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำจะเพิ่มมากขึ้น เราก็ยังไม่ละเลยในการที่จะต้องเอาเม็ดเงินกลับไปยังผู้ประกันตนตามที่เรามีภาระที่จะต้องดำเนินการ” นายจุลพันธ์กล่าว

#พรรคเพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์  #ประชุมสภา #กระทรวงแรงงาน #กองทุนประกันสังคม