สส.เพื่อไทย นำโดย นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อและนายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ ร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2568 ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)  โดยนายจักรภพ แสดงความผิดหวังต่อการจัดทำรายงานของธนาคาร พร้อมชี้ว่ายังขาดการนำเสนอ “กรณีศึกษา (Case Studies)” ของจริง ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดจากผู้ประกอบการ

นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนกว่า 340,000 กิจการ และจ้างงานคนไทยมากถึง 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 69% ของการจ้างงานทั้งประเทศ รายงานที่นำเสนอจึงควรสะท้อนข้อมูลภาคปฏิบัติจริง มากกว่าการรวบรวมทฤษฎีทั่วไป พร้อมเสนอให้ SME D Bank พัฒนาบทบาทให้เป็น “Dashboard” (แผงหน้าปัดแสดงข้อมูลเศรษฐกิจ) ที่สะท้อนภาพความสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรคได้อย่างชัดเจน

.

นอกจากนี้ นายจักรภพ ยังได้หยิบยกประเด็นปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องและระบบหมุนเวียนของสินเชื่อ พร้อมเสนอแนะให้ธนาคารเร่งหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแยกมาตรฐานการควบคุมและการประเมินเอสเอ็มอีให้ออกจากธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่สมบูรณ์แบบในตอนแรก จึงไม่ควรใช้เกณฑ์และประวัติในอดีตมาเป็นอุปสรรค พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า ธนาคารจะต้องเป็นมากกว่าผู้ปล่อยสินเชื่อ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ “โอบอุ้มและฟูมฟัก” ผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตเป็นวิสาหกิจขนาดใหญ่ต่อไปได้

.

ส่วนทางด้านศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการรายเล็กยังคงเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก แม้ธนาคารจะมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่ติดปัญหาการขาดหลักประกันและประวัติทางการเงิน พร้อมระบุว่าปัญหาใหญ่ของ SME D Bank คือขนาดของธนาคารที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับระบบสินเชื่อทั้งหมดของประเทศ และยังมีหนี้เสีย (NPL) อยู่พอสมควร พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

.

-ปรับระบบการพิจารณาให้ใช้ กระแสเงินสด ยอดขาย และความสามารถในการประกอบธุรกิจ เป็นหลัก มากกว่าพึ่งพาหลักทรัพย์ค้ำประกัน

.

-บริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และไม่เป็นภาระภาษีของประชาชน

.

-เปลี่ยนบทบาทจากการเน้นปล่อยกู้ทั่วไป สู่การสนับสนุนการลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

.

ด้าน นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์กู้ยืมและผูกพันกับธนาคารมาอย่างยาวนาน ได้อภิปรายเสริมว่า แม้รายงานประจำปีจะจัดทำรูปเล่มสวยงามและมีผลกำไรในปี 2568 แต่ในทางปฏิบัติเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ของกระทรวงการคลังรวมถึงการตรวจเครดิตบูโร (Credit Bureau) มักกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ปิดกั้นผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังเดือดร้อน

.

นายวิรัชฝากข้อเสนอแนะไปยังผู้บริหารธนาคารว่า ควรผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เคยผ่อนชำระหนี้ไปบ้างแล้ว สามารถเข้าถึงวงเงินหมุนเวียนเพื่อต่อลมหายใจทางธุรกิจได้ พร้อมให้กำลังใจ SME D Bank ให้ก้าวข้ามอุปสรรคและมุ่งมั่นเป็นที่พึ่งพิงที่แท้จริงให้กับผู้ประกอบการไทยสมดังเจตนารมณ์ของธนาคารรัฐ

.

#พรรคเพื่อไทย #จักรภพเพ็ญแข #วิรัชพิมพะนิตย์ #สุชาติธาดาธำรงเวช #ประชุมสภา