‘ณัฐวัชต์’ เสนอ 2 ทางรอดปฏิรูปแรงงานเชิงรุก แก้ปัญหาฝึกแรงงานไร้ทิศทาง ดัน ‘เมคาทรอนิกส์-เซมิคอนดักเตอร์’ ยกระดับไทยสู่เศรษฐกิจรายได้สูง
30 มิถุนายน 2569 นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส. กาฬสินธุ์ เขต 4 ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในประเด็นงบประมาณกระทรวงแรงงาน โดยชี้ว่าวิกฤตสำคัญที่ฉุดรั้งประเทศอยู่ในขณะนี้คือการฝึกอบรมแรงงานที่ไร้ทิศทาง ไม่สะท้อนความต้องการของตลาด ส่งผลให้แรงงานไทยไม่พร้อมรองรับห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับสูง ทำให้ประเทศเสียโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และได้เสนอแนวทางปฏิรูปตลาดแรงงานเชิงรุกผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอุตสาหกรรม ด้วยแนวทางสำคัญ 2 ประการเพื่อยกระดับแรงงานไทยสู่เศรษฐกิจรายได้สูง ได้แก่ การวิจัยช่องว่างทักษะและสร้างพื้นที่ทดลองเรียนรู้จริง และการเร่งพัฒนาทักษะเมคาทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์เพื่อเปลี่ยนแรงงานไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม
นายณัฐวัฒน์ ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตทักษะแรงงานไทยในปัจจุบันว่า การเติบโตของ GDP ประเทศไทยถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเกิดจากการพัฒนาทักษะแบบตั้งรับของรัฐบาล ที่ผ่านมามักจัดหลักสูตรฝึกอบรมตามความถนัดของวิทยากรหรือความสะดวกของหน่วยงานในพื้นที่ โดยไม่มีการวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต
“การอบรมที่ไม่สะท้อนความต้องการของตลาด ทำให้เกิดวิกฤตทักษะไม่ตรงสายอย่างรุนแรง แรงงานจำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานมูลค่าสูงได้ ส่งผลให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพราะเมื่อนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาตรวจสอบกำลังคน กลับพบว่าเรามีแต่แรงงานทักษะระดับล่างแบบเดิม ไม่พร้อมรองรับห่วงโซ่อุตสาหกรรมขั้นสูง” นายณัฐวัฒน์ กล่าว
เพื่อให้การยกระดับ GDP ต่อหัวประสบความสำเร็จ ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนเชิงรุก 2 ประการหลัก ได้แก่ การจัดทำระบบวิเคราะห์ความต้องการของอุตสาหกรรม พร้อมสร้างพื้นที่ทดลองเรียนรู้ที่ปลอดภัย (Sandbox) ให้แรงงานได้ฝึกฝนกับเครื่องมือและมาตรฐานอุตสาหกรรมจริง พร้อมไปกับการเร่งพัฒนาทักษะ ‘เมคาทรอนิกส์’ ซึ่งเป็นแกนหลักของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับการร่วมมือกับสถาบันเฉพาะทางเพื่อออกแบบหลักสูตรขั้นสูงในอุตสาหกรรม ‘เซมิคอนดัคเตอร์’ เพื่อเปลี่ยนบทบาทแรงงานไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม
นายณัฐวัฒน์ ยังได้สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์ (อำเภอสหัสขันธ์, คำม่วง, สามชัย, สมเด็จ) และพี่น้องชาวอีสาน โดยระบุว่า แรงงานภาคเกษตรกรรมต้องได้รับการเติมทักษะ “เกษตรสมัยใหม่” ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้เกษตรกรย่ำอยู่กับที่เหมือนหลายสิบปีที่ผ่านมา
“ผมเกิดและโตที่กาฬสินธุ์ เห็นพี่น้องชาวอีสานต้องทิ้งอ้อมกอดครอบครัวเข้ามาใช้แรงงานในเมืองหลวงเพื่อรับเพียงค่าแรงขั้นต่ำ พวกเขาควรได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ต่อหัว ให้ครอบครัวสามารถลืมตาอ้าปากได้ด้วยตนเองในบ้านเกิด”
ในช่วงท้าย นายณัฐวัฒน์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการเทคโนโลยีและนวัตกรรมแรงงานชั้นสูงของกระทรวงแรงงาน เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ
พร้อมฝากคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถึงแนวทางในการเติมเครื่องมือและอาวุธทางเทคโนโลยีให้แก่กระทรวงแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูงตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยเน้นย้ำว่า “ทุนมนุษย์และเทคโนโลยีคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจมูลค่าสูง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญวิกฤตโดยปราศจากทิศทาง และต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง”
#พรรคเพื่อไทย #ณัฐวัชต์พิมพะนิตย์ #ประชุมสภา #งบประมาณประจำปี2570
บทความที่เกี่ยวข้อง