‘นิกร โสมกลาง’ รมว.พม. ยืนยันแม้งบประมาณฯ จะลดลงแต่ประสิทธิภาพการทำงานจะไม่ลด  พร้อมชูแผน 8 ด้านสู้ความท้าทายประชากร พลิกโฉมสู่เจ้าภาพนโยบาย-ดันเบี้ยพิการ 1,000 บาทถ้วนหน้า

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงต่อสภาฯ ในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (วาระที่ 1) โดยแสดงความขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมสะท้อนข้อคิดเห็น พร้อมยืนยันว่าจะนำทุกข้อเสนอแนะไปปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน

.

นายนิกร เผยถึงสถานการณ์ความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยปัจจุบันไทยมีผู้สูงอายุสูงถึง 20% (ประมาณ 14 ล้านคน) และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 26-27% ภายในปี 2576 ขณะที่สถิติเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างน่าใจหาย จากเดิมปีละ 1 ล้านคน เหลือเพียงไม่ถึง 5 แสนคนต่อปี นอกจากนี้ยังมีคนพิการที่อยู่ในระบบกว่า 2.2 ล้านคน และนอกระบบอีกนับล้านคน รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่เผชิญปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิ

.

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกขาดจากกัน แต่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ไปจนถึงระดับประเทศ การพัฒนาสังคมในวันนี้จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเป็นรายประเด็นได้อีกต่อไป แต่ต้องแก้ไขเป็นองค์รวมและบูรณาการร่วมกันทุกกระทรวงเพื่อลดความเปราะบางอย่างเป็นระบบ” รมว.พม. กล่าว

.

ทั้งนี้ พม. ได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนผ่านเป้าหมาย “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน” ผ่านนโยบาย 8 ด้าน มุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) พร้อมทั้งปรับบทบาทของกระทรวงที่มีบุคลากรราว 10,000 คนทั่วประเทศ จากเดิมที่เป็น “ผู้ปฏิบัติงานเพียงลำพัง” ไปสู่การเป็น “หน่วยงานกำหนดนโยบาย พัฒนาระบบ และวางมาตรฐาน” โดยร่วมมือกับเครือข่ายท้องถิ่น (อปท.) และองค์กรชุมชนทั่วประเทศ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นตัวนำเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วขึ้น

.

สำหรับประเด็นสำคัญที่สมาชิกสภาฯ ได้อภิปราย พม. ได้ชี้แจงแนวทางบริหารจัดการใน 4 มิติหลัก ดังนี้:

.

1. เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

.

พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณแบบถ้วนหน้า แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณของประเทศ ปี 2570 จึงยังคงเป็นการจัดสรรเฉพาะกลุ่มครัวเรือนยากจน อย่างไรก็ตาม กระทรวงยังคงตั้งใจที่จะศึกษาและพัฒนาแนวทางเพื่อขยายฐานการจ่ายเงินอุดหนุนให้เป็นแบบถ้วนหน้าในระยะต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

.

2. การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีศักยภาพ

.

แม้ภาพรวมงบประมาณจะลดลง แต่ พม. จะจับมือกับท้องถิ่น (อบต. และเทศบาล) ขับเคลื่อนผ่าน “โรงเรียนผู้สูงอายุ” และจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาอาชีพผู้สูงอายุ” ในชุมชน เพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุรายได้น้อยระดับตำบล นอกจากนี้ กำลังศึกษาแผนเพิ่มศักยภาพบ้านพักผู้สูงอายุทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายพัฒนาสู่รูปแบบ “ซีเนียร์คอมเพล็กซ์ (Senior Complex)” ของภาครัฐในอนาคต

.

3. การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ และ “เบี้ยความพิการ 1,000 บาทถ้วนหน้า”

.

พม. มุ่งมั่นให้คนพิการดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งมี นายยุพราช วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ ปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า เพื่อปิดช่องว่างเหลื่อมล้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา จึงเป็นสาเหตุที่ยังไม่ปรากฏในเล่มงบประมาณปี 2570 นอกจากนี้ ยังเตรียมตั้งอนุกรรมการเพื่อร่าง พ.ร.บ. Universal Design เพื่อปฏิรูปสิ่งแวดล้อมเพื่อคนพิการทั่วประเทศ

.

4. การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการลงทุนในระบบบริการ

.

รมว.พม. ชี้แจงว่า การปรับลดงบประมาณช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งบางรายการ เป็นผลจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่ใช่การลดความสำคัญ พม. จะใช้เทคโนโลยีระบุเป้าหมายให้แม่นยำและพุ่งเป้าสู่ผู้เดือดร้อนจริง ส่วนงบประมาณด้านบุคลากร ครุภัณฑ์ และเทคโนโลยี ถือเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงพื้นที่ดูแลประชาชน และซ่อมแซมสถานคุ้มครองที่ชำรุดทรุดโทรมให้ปลอดภัย รวมถึงมีแผนพัฒนากำลังคนและผลักดันสิทธิประโยชน์ของ “นักสังคมสงเคราะห์” เพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น

.

“พม. อาจไม่ใช่กระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด แต่เรามีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการดูแลตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว คนพิการ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงกลุ่มเปราะบาง ผมขอให้ความมั่นใจว่า พม. จะบริหารงบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อป้องกันและลดความเปราะบาง ควบคู่กับการสร้างโอกาสและระบบคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็งให้แก่คนไทยทุกคน” นายนิกร กล่าวทิ้งท้าย

.

#พรรคเพื่อไทย #นิกรโสมกลาง #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #กลุ่มเปราะบาง